แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การเดินทาง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การเดินทาง แสดงบทความทั้งหมด
วันเสาร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2558 | By: กาลาโต้

ที่เรียกว่ากาแฟ.....ดริป



       สวัสดีครับทุกท่าน หากใครก็ตามที่เคยมีโอกาสได้อ่านบทความที่ผมเขียนถึงหนังสือเล่มหนึ่งของคุณภาณุ มณีวัฒนกุล ที่มีชื่อว่าอารมณ์กาแฟ ก็คงจะเคยได้ยินคำพูดๆ หนึ่งของที่ว่า “กาแฟนั้นก็เหมือนกับการเดินทางที่เมื่อติดใจแล้วก็ไม่คิดจะเลิกรา” ซึ่งในความเป็นจริงแล้วเจ้ากาแฟนั้นมันก็มีการเดินทางของมันครับ การเดินทางผ่านช่วงเวลาอันยาวนานตั้งแต่สมัยที่เด็กเลี้ยงแพะ Kaldi ค้นพบผลกาแฟเป็นครั้งแรกเรื่อยมาจนกระทั่งถึงปัจจุบันรวมระยะเวลากว่า 3,000 ปี แน่นอนครับว่าย่อมต้องผ่านอะไรมามากมายและหนึ่งในนั้นก็คือ “กาแฟดริป”

กาแฟดริปนั้นถือเป็นหนึ่งในวิวัฒนาการของวงการกาแฟที่ถือกำเนิดมากว่า 2,000 ปีโดยประมาณโดยวิธีการของมันก็คือการให้กระแสน้ำร้อนผ่านผงกาแฟที่บดแล้วทีละหยดรอเรื่อยไปจนกระทั่งได้กาแฟ 1 แก้วนั่นเองแต่ใครจะไปรู้ว่าการที่จะได้กาแฟดริปดีๆ สักแก้วนั้นตัวมันเองยังต้องมีองค์ประกอบอื่นๆ อีกมากไม่ว่าจะเป็นพันธุ์ของเมล็ดกาแฟ เครื่องบดกาแฟที่เราเรียกว่า Grinder เครื่องดริปกาแฟ อุณหภูมิของน้ำ ระยะเวลาในการดริป และอื่นๆ อีกมากมายดังนั้นกว่าจะได้กาแฟดริปสัก 1 แก้วนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

เพื่อนๆ รู้ไหมครับว่ากาแฟดริปหนึ่งแก้วนั้นสามารถเล่าเรื่องราวของการเดินทางได้มากมายซึ่งการเดินทางที่ผมว่านี้เป็นการเดินทางที่แท้จริงของเหล่านักแสวงหากาแฟดีๆ ที่เริ่มต้นตั้งแต่การเพาะปลูกเลยทีเดียวครับ ผมเองก็เพิ่งรู้เหมือนกันนะครับว่าลาวใต้นั้นก็ถือเป็นแหล่งกาแฟที่สำคัญแหล่งหนึ่งของโลก นอกจากนี้จะมีสักกี่คนที่รู้ว่ากาแฟจากปานามานั้นถือเป็นเกอิชาแห่งโลกกาแฟ และที่แน่ๆ คือเรื่องที่ยอดฮิตสุดๆ ที่มีแต่ประเทศไทยเท่านั้นก็คือ “เอสเปรสโซ่เย็น”

ทุกเรื่องที่ผมกล่าวมานี้มีคำตอบอยู่ในหนังสือ “ที่เรียกว่าการแฟดริป” ครับ!

“ที่เรียกว่ากาแฟดริป” เป็นหนังสือกาแฟเล่มล่าสุดที่เขียนโดยนักเดินทางผู้คลุกคลีอยู่ในวงการกาแฟดริปบ้านเราอย่างเกด-ริน ที่นำเสนอเรื่องราวต่างๆ ที่น่าสนใจของกาแฟดริปผ่านประสบการณ์ร้านกาแฟดริปชื่อดังและการเดินทางท่องเที่ยวเพื่อค้นหาเมล็ดพันธุ์กาแฟที่จะมาใช้ชงกาแฟดริปซึ่งต้องถือได้ว่าเป็นหนังสือกาแฟดีๆ อีกเล่มหนึ่งที่อ่านได้เรื่อยๆ สบายๆ แถมยังได้ความรู้เกี่ยวกับกาแฟดริปเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย

สำหรับเนื้อหาในเล่มก็จะเป็นเรื่องราววาไรตี้ทั่วไปที่เกี่ยวข้องกับกาแฟเช่นแหล่งปลูกกาแฟในบ้านเรา แหล่งปลูกกาแฟเพื่อนบ้าน เหตุผลที่คนต้องกินกาแฟ เรื่องราวของร้านกาแฟกับจักรยานที่ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกันแต่มันดันมาข้องเกี่ยว กาแฟดริปเย็น ฯลฯ ซึ่งผมเองรับรองได้เลยครับว่าสามารถอ่านจบได้โดยไม่น่าเบื่ออย่างแน่นอน

หนังสือ “ที่เรียกว่ากาแฟดริป” นี้จัดจำหน่ายโดยสำนักพิมพ์ Post Book ซึ่งเป็นเจ้าของเดียวกันกับหนังสือพิมพ์ Post Today และ Bangkok Post โดยสนนราคาค่าตัวของมันอยู่ที่ 250 บาท ซึ่งผู้ที่สนใจก็สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายหนังสือทั่วไปนับตั้งแต่บัดนี้ครับ

                                                                                                            กาลาโต้
วันพฤหัสบดีที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2557 | By: กาลาโต้

Outside World : Coffee Passport กิจกรรมดีๆ ของคอกาแฟที่ไม่ควรพลาด



       หากใครก็ตามที่ติดตามเรื่องราวที่ผมเขียนมาโดยตลอดคงมักจะเคยเห้นผมกล่าวถึงเรื่อง "กาแฟ" กับ "การเดินทาง" อยู่บ่อยๆ ว่ามีส่วนที่เหมือนกันอยู่คือหากเราเข้ามาสู่โลกของกาแฟแล้วเราก็มักจะกลายเป็นนักเดินทางท่องเที่ยวไปโดยปริยายเพราะเรามักจะเดินและตระเวนหาร้านกาแฟต่างๆ เพื่อเสพสนองความต้องการอยู่เสมอๆ นี่แหละครับเป็นสาเหตุที่ผมว่ากาแฟกับการเดินทางนั้นมีจุดร่วมที่เหมือนกัน

        ผมเชื่อว่าคงไม่มีคอกาแฟคนใดที่นั่งทานกาแฟอยู่ร้านใดร้านหนึ่งอย่างเดียวตลอดทั้งชีวิตเป็นแน่แท้ ความสุขอย่างหนึ่งของคอกาแฟก็คือการได้ออกไปลิ้มรสกาแฟใหม่ ณ สถานที่ใหม่ๆ การเก็บเกี่ยวรสชาติกาแฟไปพร้อมๆ กับบรรยากาศในร้านนั่นแหละครับคือความสุขที่สุดของคนรักกาแฟ

       หลายครั้งเลยทีเดียวที่เราถ่ายรูปบบรยากาศร้านเพื่อเก็บเอาไว้เป็นความทรงจำ ถ่ายรูปถ้วยกาแฟแล้วอัพสถานะขึ้น Social Network ไม่ว่าจะเป็น Facebook Twitter หรือแม้แต่กระทั่ง Instagram เพื่อบอกให้โลกได้รู้ว่า "ร้านนี้น่ะฉันเคยมาลองแล้วนะ" นั่นก็คืออีกหนึ่งกิจวัตรสำหรับคนรักกาแฟและในวันนี้ผมเองก็มีอีกหนึ่งกิจกรรมดีๆ ที่คนรักกาแฟทุกคนไม่ควรพลาดรวมถึงตัวผมเองด้วยนั่นก็คือ "Coffee Passport" นั่นเองครับ

       

       Coffee Passport เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมดีๆ ที่ทางนิตยสารกาแฟอย่าง Coffee Traveler จัดขึ้นมาในวาระที่นิตยสารของเขามีอายุครบ 2 ปีและกำลังจะก้าวขึ้นสู่ปีที่ 3 ด้วยแนวคิดที่ว่าในเมื่อคนส่วนใหญ่ที่ชอบทานกาแฟก็มักจะเดินทางเพื่อไปหาร้านกาแฟอร่อยๆ ทานอยู่แล้วดังนั้นทำไมเราจึงไม่คัดเลือกร้านดีๆ เพื่อให้คนรักกาแฟเหล่านี้ไปลิ้มรสกันล่ะ จึงได้มีการคัดเลือกร้านกาแฟจากทั่วประเทศจำนวน 12 ร้านขึ้นมาเพื่อแนะนำให้คนรักกาแฟทุกคนได้มีโอกาสไปลิ้มลองกันและเพื่อให้เหมาะสมกับการเป็น Coffee Traveler จึงได้มีการทำ Passport สำหรับคนรักกาแฟขึ้นมาโดยเมื่อเราไปใช้บริการยังร้านกาแฟทั้ง 12 ร้านนั้นเราก็จะปั๊มตราร้านลงใน Coffee Passport ซึ่งเมื่อประทับตราครบทั้ง 12 ร้านแล้วก็สามารถนำไปแลกของรางวัลได้ซึ่งมีตั้งแต่ครื่องชงกาแฟ Gift Voucher เมล็ดกาแฟคุณภาพ คอร์สเรียนชงกาแฟ ห้องพักรีสอร์ทหรู และก็ Temper สวยๆ รวมถึงของรางวัลอื่นๆ อีกมาก ซึ่งหากเราไม่ต้องการแลกก็สามารถเก็บ Passport ตัวนี้เอาไว้เป็นที่ระลึกก็ได้ครับ

       จุดเด่นอีกประการหนึ่งที่ทำให้ผมชอบเจ้า Coffee Passยort เล่มนี้ก็คือเขามีการจำลองให้เหมือนกับ Passport จริงๆ ด้วยการมีการติดรูปถ่ายพร้อมชื่อ นามสกุลของเรา ไว้ในเล่ม เพื่อให้รู้ว่าเราเป็นเจ้าของตัวจริงอีกด้วยครับ

       มาถึงตอนนี้แล้วเชื่อว่าหลายคนคงอยากจะรู้ว่าทำอย่างไรจึงจะได้เจ้า Coffee Passport นี้มาครอบครองและมีค่าใช้จ่ายในการจัดทำอย่างไร ซึ่งตรงนี้บอกเลยครับว่า "ฟรี" ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้นเพียงแค่เข้าไปใน facebook ของ Coffeetraveler magazine แล้วอินบ็อกซ์ส่งรูปถ่ายของเรา แจ้งชื่อที่อยู่เพื่อให้ส่ง Passport กลับมาแค่นี้ก็รอรับอยู่ที่บ้านได้เลยครับ

       ใครที่สนใจก็สามารถขอทำ Coffee Passport ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปครับซึ่งผมเองก็ทำเรียบร้อยแล้ว ไม่แน่ครับว่าด้วย Coffee Passport นี้อาจทำให้เราได้มีโอกาสเจอกันที่ร้านใดร้านหนึ่งก็เป็นได้


                                                                                                          กาลาโต้
วันจันทร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557 | By: กาลาโต้

The Bookmark : อารมณ์กาแฟ....



       สวัสดีครับคนรักกาแฟทุกท่าน หากผมจะบอกว่าหนังสือเล่มที่ผมจะแนะนำต่อไปนี้เป็นหนังสือที่ผมหามานานก็คงจะว่าได้่ไม่ผิดนัก เพราะที่ว่านานนั้นก็คือจำได้ว่าครั้งสุดท้ายก็สมัยตอนเรียนปริญญาตรี จำได้ว่าครั้งนั้นได้เข้าห้องสมุดแล้วได้อ่านนิตยสารแพรวฉบับหนึ่งเปิดไปเจอหน้าที่ "ภาณุ มณีวัฒนกุล" นักเขียนเชิงท่องเที่ยวได้เขียนไว้ในตอนที่เดินทางไปต่างประเทศซึ่งมีประโยคหนึ่งโดนใจมากก็คือ "กาแฟก็เหมือนกับการเดินทางที่เมื่อได้ลิ้มลองจนติดใจแล้วก็ไม่อาจที่จะเลิกราได้" อ่านแค่นั้นก็โดนเลยครับคิดจะหาบทความของนักเขียนท่านนี้มาอ่านแต่ด้วยความเป็นเด็กทำนู่น ทำนี่ก็ลืมๆ ไปแป๊บเดียวผ่านไปนานหลายปีเลยทีเดียว (ฮา ฮา)

       แต่เมื่อตอนต้นปีใหม่ที่ผ่านมามีสมาชิกมิตรรักแฟนเพจเรื่องของคนรักกาแฟ (http://www.facebook.com/kafeme) ท่านหนึ่งได้ส่งหนังสืออารมณ์กาแฟนี้มาให้ซึ่งพอดูหน้าปกกับชื่อคนเขียนแล้วอดีตที่เคยลืมเลือนก็กลับมาจนอดไม่ได้ที่จะต้องมาแชร์เรื่องราวในหนังสือเล่มนี้ให้แฟนานุแฟนคนรักกาแฟทุกท่านได้รับรู้เผื่อชอบใจจะได้มีโอกาสหามาอ่านกันครับกับหนังสือเล่มนี้ "อารมณ์กาแฟ"


       หนังสืออารมณ์กาแฟเล่มนี้เป็นหนังสือผลงานรวมเล่มจากนิตยสารแพรวที่ทาง ภาณุ มณีวัฒนกุล ได้เคยเขียนไว้เมื่อนานหลายปีมาแล้วโดยคัดเอาเรื่องราวการท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้องกับกาแฟของเขาที่เคยได้เขียนไว้หลายตอน หลายวาระ มารวมไว้ให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันได้อย่างลงตัว

       ต้องบอกกันก่อนครับว่าคุณภาณุ มณีวัฒนกุล ท่านนี้เป็นคนที่ชอบท่องเที่ยวเป็นชีวิตจิตใจดังนั้นหากใครก็ตามคิดว่าจะได้เห็นบทความประเภทที่ว่าพาแนะนำร้านกาแฟแบบเจาะลึกว่าร้านนั้นมีอะไรดี ร้านนี้มีอะไรอร่้อยก็คงต้องให้ผ่านไปครับเพราะเนื้อหาที่เขาเขียนนั้นล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องราวของการเดินทางที่โยงเข้ากับกาแฟทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นการเปรียบเปรยกาแฟ การเดินทาง และ หนังสือ ที่มีจุดร่วมกันที่ว่าเมื่อเราอ่านหนังสือจบก็ยัีงมีหนังสือเล่มใหม่ให้อ่าน เมื่อเราดื่มกาแฟแก้วนี้จนหมดก็ยังมีกาแฟแก้วต่อไปให้รอดื่ม การเดินทางก็เช่นกันเมื่อเราเดินทางสิ้นสุดก็ยังมีการเดินทางใหม่ๆ รอดให้เราได้ไปสัมผัส


       โดยส่วนตัวแล้วผมชอบหนังสืออารมณ์กาแฟเล่มนี้ค่อนข้างมากเพราะเนื่องจากว่าเป็นแนวการเขียนที่ไม่ค่อยซ้ำทางกับใครและอีกอย่างหนึ่งคือผมเชื่อว่าคนที่รักกาแฟนั้นส่วนใหญ่ก็มักเป็นคนชอบคิด ชอบเดินทาง รักอิสระกันอยู่แล้ว ดังนั้นการอ่านหนังสือเล่มนี้แกล้มกับกาแฟก็คงเปรียบได้กับการเปิดประตูไปสู่โลกภา่ยนอกให้เราได้รับรู้เรื่องราวใหม่ๆ โดยที่บางเรื่องนั้นเราอาจจะแทบอุทานเมื่ออ่านจบออกมาเลยว่า "มีร้านกาแฟแบบนี้มีด้วยหรือ" หรือไม่ก็  "เออแฮะแปลกดีนะ" เลยทีเดียวเชียวครับ

      แม้จะเป็นเรื่องดีที่ผมได้มีโอกาสอ่านและครอบครองเป็นเจ้าของหนังสืออารมณ์กาแฟเล่มนี้แต่ก็ต้องอาจจะบอกว่าเป็นเรื่องค่อนข้างที่จะโหดร้ายสำหรับคนที่กำลังคิดอยากจะอ่านหนังสือเล่มนี้สักหน่อยเพราะเนื่องจากว่าเล่มที่ผมได้มานั้นเป็นฉบับพิมพ์ครั้งที่ 4 ซึ่งตีพิมพ์ในปี 2548 และในปัจจุบันก็ทราบว่าไม่น่าจะมีการตีพิมพ์อีกแล้วซึ่งก็คงต้องใช้วิทยายุทธหาเอาสักหน่อยอาจจะตามร้านขายหนังสือเก่า ร้านขายหนังสือมืองสองที่ยังคงพอมีให้เห็นได้บ้าง ส่วนผมเองล่าสุดก็ยังพอเห็นแหล่งอยู่บ้างไว้เจรจาได้ราคาไม่แพงเท่าไหร่อาจจะซื้อมาเป็นของรางวัลร่วมสนุกให้กับคนรักกาแฟทุกท่านนะครับ

       แต่ถึงอย่างไรตอนนี้ก็คงต้องช่วยเหลือตัวเองด้วยการเดินหากันเองก่อนนะครับ อย่าไปคิดอะไรมากเพราะกาแฟก็เหมือนกับการเดินทางนั่นแหละครับที่เมื่อติดใจแล้วก็ไม่คิดที่จะเลิกรา.....สวัสดีครับ


                                                                                                                   กาลาโต้