แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Cafe Amazon แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Cafe Amazon แสดงบทความทั้งหมด
วันศุกร์ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2559 | By: กาลาโต้

อันดับ 10 ร้านกาแฟ Bellinee อีกปีกหนึ่งที่สยายแห่งโครงข่าย CP



ถ้าหากจะพูดถึงร้านกาแฟภายใต้การสยายปีกของเจ้าสัวเจริญในนามของ CP แล้วเชื่อเหลือเกินว่าหลายคนคงจะไปถึงร้านกาแฟสีแดงสดใสที่มีชื่อไปเหมือนกับโอเปอเรเตอร์โทรศัพท์มือถือค่ายหนึ่งอย่างทรูนั่นก็คือร้าน "ทรูคอฟฟี่" หรือไม่แล้วนั้นก็อาจจะนึกไปถึงร้านกาแฟที่อยู่ในร้านสะดวกซื้อ 7-11 อย่าง Kudsan ไม่ก็ All Cafe หรือไม่ก็นี่เลยครับกาแฟแบรนด์ใหม่เจาะกลุ่มคนระดับล่างอย่าง "กาแฟมวลชน" แต่ทว่าจะมีสักกี่คนกันครับว่าก่อนหน้าที่จะกำเนิด เกิด กาแฟมวลชนนั้นทาง CP เองก็ได้มีการเปิดตัวร้านกาแฟและเบเกอรี่แบรนด์ใหม่อย่าง Bellinee ขึ้นมาแต่ทว่าก็ไม่รู้เเหมือนกันว่าชื่อของมันนั้นจะคุ้นหู คุ้นตา คอกาแฟในบ้านเรามากน่อยแค่ไหน

ร้าน Bellinee's Bake & Brew นั้นเป็นร้านกาแฟและเบเกอรี่ที่่ทาง CP เปิดขึ้นมาเพื่อหวังที่จะรุกตลาดกาแฟสดนอกร้านสะดวกซื้ออย่าง 7-11 โดยมีการวาง Position ตัวเองเป็นร้านกาแฟและเบเกอรี่ระดับสวยหรู ไฮเอนด์ที่แตกต่างจากร้าน True Coffee และมีการนำเอาเบเกอรี่มาเสริมทัพโดยมีการแต่งร้านให้เป็นร้านสไตล์อิตาเลี่ยน



ระยะเวลาผ่านมาเกือบๆ จะ 5 ปีแล้วนับตั้งแต่ที่ร้าน Bellinee's Bake & Brew ได้ถือกำเนิดที่แมกซ์ แวลู ในโครงการพลาซ่า ลากูน วังหิน เมื่อปี 2555 แต่เราก็ต้องยอมรับครับว่าชื่อเสียงและค่านิยมของมันนั้นยังไม่คุ้นหูหรือติดตาตรึงใจคนรักกาแฟและเบเกอรี่มากพอที่จะให้จดจำและเรียกขานติดปากสักเท่าไหร่นัก ผมเองเชื่อว่าหลายคนที่ไปใช้บริการอาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเป็นร้านในเครือของ CP ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นการบ้านอันหนักของทีมการตลาดที่จะทำให้ร้าน Bellinee's Bake & Brew ติดปากผู้บริโภค โดยใช้แผนการหรือวิธีการใดที่นอกเหนือไปจากการขยายสาขาให้มากและล่าสุดเห็นว่าในปี 2560 นี้จะขยายตลาดไปตั้งในสถานที่ให้บริการน้ำมันหรือปั๊มน้ำมันเหมือนอย่างที่ร้าน Cafe Amazon กำลังครอบครองอยู่ใน ตอนนี้



เรื่องของรสชาตินั้นผมมองว่าไม่ใช่ปัญหาของ Bellinee's Bake & Brew แต่ทว่าเรื่องการบริหารให้ขึ้นระดับ Top คนรู้จักติดปากนี่สิครับผมยังมองไม่เห็นทาง ลองคิดดูนะครับลำพังแบรนด์กาแฟของ CP เองปัจจุบันนี้ก็มีเยอะอยู่แล้ว จริงอยู่ครับที่ไม่ว่าลูกค้าไปซื้อแบรนด์ไหนรายได้ก็ไปเข้ายังส่วนกลางเหมือนกันในตอนท้ายสุดแต่ต้องอย่าลืมนะครับว่าบางครั้งการลองผิด ลองถูกด้วยการเปิดร้านกาฟทุกแบบ ทุก section เพื่อหาสิ่งที่ใช่ก็ทำให้เสียเวลาไปไม่น้อย สู้มาโฟกัส ร้านกาแฟแบบเดียวที่ตนเองคิดว่าได้เปรียบและเชี่ยวชาญน่าจะเป็นการตอบคำถามที่ดีที่สุด

แล้วเราจะมาดูกันครับว่าในปีหน้าร้าน Bellinee's Bake & Brew จะเป็นไปอย่างไร

                                                                                                                                   กาลาโต้
วันพุธที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2559 | By: กาลาโต้

10 เรื่องเด่นวงการกาแฟปี 2559 : ปีแห่งการ Drama



สวัสดีคนรักกาแฟทุกท่านครับ




ถือเป็นธรรมเนียมของ Blog เรื่องของคนรักกาแฟที่ทำมาหลายปีแล้วนั่นก็คือการจัดอันดับ 10 ข่าวสำคัญในแวดวงการกาแฟทั้งของในบ้านเราและต่างประเทศตลอดปีที่ผ่านมาซึ่งผมเองก็ต้องขอย้ำกันอีกครั้งนะครับว่าการจัดอันดับนี้เป็นการจัดแบบไม่มีการอ้างอิงอะไรทั้งสิ้นเรียกว่าจัดตามความคิดของผมดังนั้นจึงไม่สามารถเอาเป็นข้ออ้างอิงใดๆ ได้ เรียกว่าเอาไว้อ่านให้รู้ว่าปีที่กำลังจะสิ้นสุดนี้มีอะไรบ้าง ^^

สำหรับการจัดอันดับปีนี้จะแปลกไปกว่าทุกปีสักหน่อยนั่นก็คือหลังจากบทความจัดอันดับนี้ผมเองจะพุดถึงเรื่องแต่ละเรื่องที่ได้รับการจัดอันดับไล่ไปวันละ 1 เรื่องไล่ไปจากอันดับ 10 จนถึงอันดับ 1 ซึ่งใช้เวลา 10 วันจบที่สิ้นปีพอดิบ พอดี เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาเราไปดูกันดีกว่าครับว่าในปีนี้มีอะไรเกิดขึ้นกันบ้าง

อันดับที่ 10 ร้านกาแฟ Bellinee 



ชื่อของร้านกาฟ Bellinee หรือเบลลินี่นั้นเชื่อว่าไม่เป็นที่คุ้นหูคอกาแฟของไทยสักเท่าไหร่นักรวมไปถึงเชื่อว่าคนส่วนมากก็ยังไม่รู้ว่าร้าน Bellinee นั้นเป็นร้านกาแฟในการดำเนินงานของบริษัท CP All และล่าสุดเริ่มแผนการบุกเปิดร้านกาแฟในปั๊มท้าชนแบรนด์ใหญ่ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่น่าจับตาเป็นอันมาก


อันดับที่ 9 Cafe Amazon เปิดสาขาแรกที่ประเทศญี่ปุ่น



จะว่าไปแล้วเรื่องของการเปิดสาขาในต่างประเทศของร้านกาแฟ Cafe Amazon นั้นมีมาหลายครั้งสักพักใหญ่แล้วครับแต่ว่าโดยมากมักจะเป็นการเปิดในประเทศเพื่อนบ้านใกล้ๆ กับประเทศไทยแต่คราวนี้กระโดดไปถึงประเทศญี่ปุ่นจึงเป็นอะไรที่น่าสนใจไม่น้อยเลยครับ


อันดับที่ 8 ร้านกาแฟกับ Application

 


ปี 2559 นี้ต้องน่าจะถือว่าเป็นอีกปีหนึ่งที่บรรดาร้านกาแฟใหญ่ๆ สำคัญๆ เริ่มที่จะปรับตัวเอาเทคโนโลยีใหม่เข้ามาใช้ในร้านมากขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของ Application ของทางร้านที่ Starbucks ได้นำมาใช้ในบ้านเราแล้วนั้น ทำให้ Cafe Amazon ถึงกับต้องทำออกมาบ้างและล่าสุดก็ทำให้ร้านกาแฟแบรนด์สีแดงในบ้านเรานั่งไม่ติดต้องออกอะไรแบบนี้มาบ้างทั้งๆ ที่ยังไม่รู้ว่ามันจะเวิร์คหรือไม่


อันดับที่ 7 ศึก Drive Thru ในวงการกาแฟเริ่มขึ้นแล้ว




เมื่อพูดถึงการซื้อหรือสั่งอาหารแบบ Drive Thru หรือขับรถวนแล้วรับสินค้านั้นเชื่อว่าหลายคนคงจะคิดถึงแต่อาหาร Fastfood พวก KFC หรือไม่ก็ McDonald's แต่ใครจะไปเชื่อครับว่าตอนนี้ร้านกาแฟในบ้านเราเขามีการทำแบบ Drive Thru กันแล้วถือเป็นอีกตลาดหนึ่งที่น่าจับตามองครับ


อันดับที่ 6 ร้านกาแฟ (สยิว)




ในยุคที่เศรษฐกิจยังลูกผี ลุกคนทั้งโลกเช่นนี้ร้านค้าหลายๆ ร้านต้องปรับตัวหาทาง หาวิธีมาเรียกแขก เรียกลูกค้ากันซึ่งก็ไม่เว้นถึงร้านกาแฟครับที่ตอนนี้มีร้านกาแฟ (สยิว) ผุดขึ้นมาเรียกลูกค้าซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะโชคดีหรือโชคร้ายที่ในบ้านเราไม่มีร้านแบบนี้ ^^


อันดับที่ 5 เมื่อ CEO Starbucks จะเกษียณตัวเองในปีหน้า



ข่าวนี้เชื่อว่าน่าจะสร้างความช็อกให้กับวงการกาแฟสดและสาวกร้านกาแฟเงือกเขียวไม่น้อยเลยครับเมื่อมีข่าวว่าผู้ก่อตั้งร้านกาแฟ Starbucks จะลาออกในปีหน้า โดยที่หลายคนกังวลว่าวันที่ Starbucks ไร้เงาผู้ก่อตั้งจะเป็นไปในทิศทางใด


อันดับที่ 4 การมาแทน Nespresso ของ Dolce Gusto




ต้องยอมรับกันครับว่าในปีนี้ Nascafe Dolce Gusto เขาจัดหนักเสียจริง ทั้งโหมประโคมข่าว ทั้งจัดโปรโมชั่นมากมายเพื่อหวังจะมาแทนที่แชมป์เครื่องกาแฟ Home Use ในบ้านจากค่ายเดียวกันอย่าง Nespresso แต่ก็ไม่รู้ว่าจะสามารถทำสำเร็จได้หรือไม่


อันดับที่ 3 กาแฟมีส่วนช่วยให้หูตึง??




เรื่องนี้ถือว่าน่าสนใจเพราะเชื่อว่าเรื่องราวของประโยชน์และโทษของกาแฟนั้นเขาได้มีการศึกษาค้นคว้ามาอย่างต่อเนื่องโดยตลอดและล่าสุดมีงานวิจัยว่ากินกาแฟมากๆ เสี่ยงต่อการ "หูดับ" จริงหรือไม่น่าสนใจมากครับ


อันดับที่ 2 ดราม่าร้านกาแฟคิดค่านั่งชั่วโมงละพัน




เรื่องนี้เป็นข่าวที่ครึกโครมอยู่บนโลกอินเตอร์เน็ตและหน้าหนังสือพิมพ์กันพักใหญ่ๆ เลยครับกับข่าวที่มีคนนำเอาใบเสร็จมาโพสต์ว่าไปกินกาแฟที่ร้านกาแฟร้านหนึ่งพอเช็คบิลออกมามีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นชั่วโมงละ 1 พันบาท เราจะมาย้อนอดีต รื้อความทรงจำกับข่าวที่ว่านี้กันครับ


อันดับที่1 ดราม่าลิขสิทธิ์ Youtube กับการเปิดเพลงในร้านกาแฟ




ถือเป็นข่าวท็อปที่สุดของวงการกาแฟและร้านอาหารในบ้านเราของปีก็ว่าได้ครับเพราะสืบเนื่องมาจาก่ามีการบุกจับเรื่องการเปิดเพลงในร้านอาหารหรืร้านกาแฟจึงทำให้มีคำถามและข้อสงสัยตามมาว่าเปิดได้หรือไม่และถ้าได้ขอบเขตของมันจะอยู่ที่ตรงไหน


เรื่องราวทั้งหมดนี้ทุกท่านสามารถติดตามแบบเจาะลึกได้ในวันต่อวันใน Blog เรื่องของคนรักกาแฟแห่งนี้ครับดังนั้นอย่าพลาดอ่างเด็ดขาดครับคุณผู้อ่านที่รัก


                                                                                                                           กาลาโต้
 
วันศุกร์ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559 | By: กาลาโต้

พาชมร้าน Cafe Amazon ที่ประเทศญี่ปุ่น "สวย ดูดี มีชาติตระกูล!"



สวัสดีคอกาแฟทุกท่านครับ

หากใครที่ติดตามเรื่องราวของร้านกาแฟแบรนด์ไทยที่กำลังรุกตลาดสยายปีก ขยายสาขาบุกตลาดกาแฟสดต่างประเทศอย่าง Cafe Amazon มาโดยตลอดแล้วล่ะก็คงพอที่จะทรายว่าดีว่าประเทศญี่ปุ่นนั้นถือเป็นประเทศยุทธศาสตร์ประเทศหนึ่งที่ทาง Cafe Amazon จะเข้าไปเจาะตลาดและในวันนี้ Cafe Amazon ก็ได้ทำตามที่พูดให้เกิดขึ้นจริงแล้วครับด้วยการเปิดร้าน Cafe Amazon เป็นสาขาแรกที่จังหวัดฟูกุชิมะ ของประเทศญี่ปุ่นสถานที่ๆ ห่างจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกุชิมะไปประมาณ 20 กิโลเมตรและถือฤกษ์เบิกชัยเปิดร้านไปเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 ที่ผ่านมานี้


สำหรับร้าน Cafe Amazon สาขาฟูกุชิมะนี้ บริหารงานโดยบริษัทโคโดโม เอเนอร์จี ซึ่งเป็นผู้ผลิตวัสดุก่อสร้างที่มีสำนักงานใหญ่ในโอซากาและได้เปิดโรงงานแห่งหนึ่งในคาวาอุชิเพื่อช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจท้องถิ่น โดยทางบริษัทโคโดโม เอเนอร์จี เองได้ทำสัญญาซื้อแฟรนไชส์กับบริษัทปตท.จำกัด (มหาชน)ของไทย ซึ่งเป็นเจ้าของแฟรนไชส์อเมซอนและได้ใช้งบประมาณหลายสิบล้านเยน เพื่อใช้ในการปรับปรุงโฉมจากบ้านโบราณแบบญี่ปุ่นให้กลายเป็นร้านกาแฟ Cafe Amazon ที่มีโต๊ะและเก้าอี้ 60 ที่ ส่วนจะสวยงาม น่านั่ง แค่ไหน เราไปดูจากคลิปที่ทางญี่ปุ่นเขานำเสนอกันดีกว่าครับซึ่งดูแล้วบอกเลยครับว่า Cafe Amazon บ้านเรา "ชิดซ้าย" ไปเลย


                                                                                                                                   กาลาโต้
วันศุกร์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2559 | By: กาลาโต้

"คุณภาพหรือปริมาณ???"



คนรักกาแฟและคอกาแฟทุกท่านครับ

หากจะพูดถึงเรื่องของข่าวคราว ความเคลื่อนไหวของแวดวงกาแฟเมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมานี้เชื่อว่าคงไม่มีข่าวไหนที่จะเด่นไปกว่าเรื่องของแคมเปญการตลาดระหว่างร้านกาแฟแบรนด์ดังระดับโลกอย่าง Starbucks และร้านกาแฟแบรนด์ไทยที่ขยายสาขาแบบเรียกว่าต่อเนื่องไปทุกๆ วันอย่าง Cafe Amazon ที่เริ่มแรกเป็นเพียงแค่บทความที่เขียนลงในเว็บ Smart SME ที่มีการพูดถึงเรื่องของแคมเปญดังในต่างประเทศที่ครั้งหนึ่งร้านโดนัทระดับโลกอย่าง Dunkins Donuts เคยนำมาใช้อย่างห้าวหาญนั่นก็คิอแคมเปญ #dunkinsbeatstarbuck พร้อมกับผู้เขียนได้ลองนำเอาแคมเปญดังกล่าวมาลองทำและนำเสนอในบ้านเรานั่นก็คือ #amazonbeatstarbuck โดยมีการพูดถึงเรื่องของการเติบโตของร้าน Cafe Amazon และการเติบโตของกาแฟแบรนด์ไทย (อ่าน : แคมเปญการตลาดกาแฟดุเดือด #amazonbeatstarbucks Amazon โค่น Starbucks )




และแน่นอนครับว่าผ่านพ้นไปไม่เท่าไหร่ เจ้า Topic เรื่องที่ว่านี้ก็ไปโผล่ยังเว็บไซต์แสดงความคิดเห็นชื่อดังของไทยอย่าง pantip ทันทีโดยมีคนไปตั้งหัวข้อว่า "ทำไม กาแฟAmazon(สัญชาติไทย)1,700สาขา ถึงยังสู้ สตาร์บัค(starbucks) ของเมกายังไม่ได้" โดยมีการ quote ข้อความจากบทความต้นฉบับมาโพสต์ไว้ซึ่งก็แน่นอนครับว่าคำตอบทีไ่ด้นั้นมันมีมากมายแตกต่างกันออกไป


จากการที่ผมได้อ่านบทความในแหล่งข้างต้นและอ่านคอมเมนต์หรือความคิดเห็นในเว็บบอร์ดชื่อดังทำให้ผมเกิดคำถามขึ้นมาในใจว่าท้ายที่สุดแล้วความสำเร็จของร้านกาแฟที่แท้จริงนั้นมันอยู่ที่ "ปริมาณหรือคุณภาพ" กันแน่



ในวงการธุรกิจอื่นๆ อาจจะวัดความสำเร็จของธุรกิจด้วยปริมาณสาขาที่แผ่ขยายแพร่กระจายออกไปเรียกว่ายิ่งมีสาขามากยิ่งดี ยิ่งมีสาขาเยอะยิ่งประสบความสำเร็จแต่สำหรับวงการกาแฟแล้ว "สาขาที่มาก" อาจจะไม่ใช่ตัววัดหรือตัวบ่งชี้ความสำเร็จหรือความนิยมเสมอไป

มีหลายคนที่พูดตรงกันว่ารสชาติกาแฟของแบรนด์นกแก้วนั้นยังไม่คงที่ สั่งแต่ละที่ แต่ละสาขาแม้ว่าจะเป็นกาแฟชนิดเดียวกันแต่รสชาติกลับไม่เหมือนกัน แม้แต่ว่าสาขาเดียวกันแต่สั่งคนละวันรสชาติก็ยังไม่เหมือนกัน บางคนก็ว่าร้านกาแฟแบรนด์นางเงือกขายความเป็น Experience หรือความเป็นประสบการณ์ร่วมระหว่างร้านกาแฟกับคนที่รับประทานกาแฟจนทำให้ร้านกาแฟเปรียบเสมือนบ้านหลังที่สามของผู้ดื่มกาแฟ และยังมีอื่นๆ อีกมากมายที่คอกาแฟต่างไปแสดงความคิดเห็น



ในเรื่องนี้ผมเองก็ไม่อาจจะบอกหรือตอบได้ครับว่าร้านกาแฟแบรนด์ไทยจะก้าวไปตีตลาดเทียบเคียงกาแฟแบรนด์นอกที่มี Story อันยาวนานได้หรือไม่เพราะกาแฟแต่ละแบรนด์ก็ย่อมต้องมีกลยุทธและวิธีการทำการตลาดของตนเอง คงไม่มีใครที่ทำธุรกิจแล้วอยากเป็นรองคนอื่นหรอกครับหากแต่ผมมองว่าบางครั้งการที่จะก้าวไปเป็นที่หนึ่งได้นั้นบางครั้งมันก็ไม่จำเป็นที่จะต้องแข่งกับคนอื่นเสมอไปครับเพราะถ้าหากเราแข่งขันกับตัวเอง พัฒนาสิ่งที่ตนเองมีอยู่ให้ดีขึ้น ฟังความคิดเห็นของลูกค้าที่มาร่วมแชร์และแบ่งปันประสบการณ์แล้วล่ะก็ในที่สุดแม้ว่าจะไม่ได้ขึ้นเป็นแบรนด์หนึ่งในตลาดแต่ทว่ามันเองก็อาจจะขึ้นเป็นแบรนด์หนึ่งในใจคนกินกาแฟก็เป็นได้ครับ

                                                                                                           กาลาโต้
วันพฤหัสบดีที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2559 | By: กาลาโต้

Go Inter!!! PTT ขายสิทธิ์แฟรนไชส์ “Cafe Amazon” ให้แดนอาทิตย์อุทัย!


นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ หน่วยธุรกิจน้ำมัน บมจ.ปตท. (PTT) กล่าวว่า วันนี้บริษัทได้ลงนามการขายสิทธิ์แฟรนไชส์คาเฟ่อเมซอน สาขาแรกในจังหวัดฟุคุชิม่า ประเทศญี่ปุ่น ให้กับบริษัท Codomo Energy จำกัด ซึ่งนับเป็นก้าวแรกที่สำคัญและเป็นโอกาสของคาเฟ่อเมซอน ในตลาดกาแฟสดในประเทศญี่ปุ่น

“ประเทศญี่ปุ่นเป็นตลาดที่มีการแข่งขันสูง กลุ่มผู้บริโภคมีความหลากหลาย รวมถึงยังเป็นผู้กำหนดเทรนด์ต่าง ๆ ในปัจจุบัน การที่จะเจาะตลาดเพื่อสร้างการรับรู้และการยอมรับในญี่ปุ่น ถือว่าเป็นเรื่องที่ท้าทายมากสำหรับ ปตท. ซึ่งการขายสิทธิ์แฟรนไชส์ในครั้งนี้”นายอรรถพล กล่าว

นายอรรถพล กล่าวว่า ปตท.ได้ร่วมมือกับ Codomo Energy ซึ่งเป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจสีเขียวด้วยการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ที่ให้ความสำคัญกับการทำกิจกรรม CSR รวมถึงสนับสนุนการสร้างงานสร้างอาชีพให้กับชาวญี่ปุ่น ในขณะที่ปตท.ก็มีความตั้งใจที่จะร่วมดูแลสังคมด้วยการดำเนินธุรกิจควบคู่กับการส่งเสริมการสร้างงานสร้างอาชีพของเอสเอ็มอี ผ่านเครือข่ายธุรกิจน้ำมัน ปตท. มีอยู่ทั่วประเทศ รวมถึงคาเฟ่อเมซอน ที่ได้ส่งเสริมอาชีพเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟทางภาคเหนือของประเทศให้มีรายได้ที่มั่นคงและพึ่งพาตัวเองได้อย่างยั่งยืนเป็น

นอกจากจะเป็นการจับมือระหว่างพันธมิตรทางธุรกิจที่มีความสนใจและเป้าหมายที่เหมือนกันแล้ว ยังเป็นโอกาสที่ทั้ง 2 องค์กร จะได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ แบ่งปันข้อมูลและประสบการณ์ เพื่อนำไปพัฒนาต่อยอด ยกระดับคุณภาพมาตรฐานสินค้าและบริการต่อไปในอนาคต

“นับเป็นอีกความมุ่งมั่นของปตท. ในสร้างความภาคภูมิใจให้กับคนไทย ด้วยการสร้างแบรนด์ของคนไทยเป็นที่รู้จักของชาวต่างชาติ ด้วยการเพิ่มทางเลือกให้ชาวญี่ปุ่น รวมถึงชาวต่างชาติ ที่เข้าไปท่องเที่ยวหรือทำธุรกิจในประเทศญี่ปุ่น ได้สัมผัสรสชาติอันเข้มข้นของกาแฟสดรสชาติแบบไทย ๆ ที่คาเฟ่อเมซอน ได้ตั้งใจคัดสรรในทุกวัตถุดิบและใส่ใจในทุกขั้นตอนการผลิตจนถึงมือผู้บริโภคในราคาที่เข้าถึงได้” นายอรรถพล กล่าว

ปัจจุบันมีสาขาคาเฟ่อเมซอน 35 แห่งในต่างประเทศ
ที่มา : SmartSME.TV
วันจันทร์ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2559 | By: กาลาโต้

"Cafe Amazon Smart Pay" เหมือนจะดีแต่ยังไม่ใช่!!

สวัสดีชาว coffee lover ทุกท่านครับ


ก่อนอื่นต้องขออำนวยอวยพรให้คอกาแฟทุกท่านมีความสุขมากๆ ตลอดปี 2559 นี้ คิดสิ่งใดขอให้สมความมุ่งมาตรปรารถนา สำหรับคนทานกาแฟก็ขอให้เจอร้านกาแฟดีๆ มีเงิน มีทองไปชิมกันทุกๆ ร้านที่ชอบ ส่วนใครที่เปิดร้านกาแฟก็ขอให้ขายดี มีเงินทองๆไม่เจอลูกค้าที่งี่เง่าเอาแต่ใจนะครับ โดยรวมก็คือขอให้แฟนานุแฟนของ "เรื่องของคนรักกาแฟ" ทุกคนมีความสุขนั่นเองครับ


กลับมาที่เรื่องราวของเรากันต่อครับ!!



หากใครยังพอจำกันได้เมื่อปีที่ผ่านทาง Starbucks ประเทศไทยเขาได้เปิดตัว App Starbucks Thailand เป็นที่เรียบร้อยแล้วหลังจากที่รอท่า เงื้อง่าอยู่นานเพราะประเทศอื่นๆ เขามีใช้กันหมดแล้วและในตอนนี้ผมเองเชื่อว่าคอกาแฟแทบจะทุกคนย่อมต้องมี app ตัวนี้ติดโทรศัพท์มือถือ smart phone ของทุกท่านไว้อย่างแน่นอนซึ่งก็รวมถึงผมด้วยและด้วยความแรงของมันนี่เองจึงได้ทำให้ร้านกาแฟแบรนด์ไทยอย่าง Cafe Amazon เอากับเขาบ้างส่ง App Cafe Amazon Smart Pay ลงตลาดสู้ศึกซึ่งต้องถือว่า "กล้า" แต่ท ว่า "ยังไม่ดีพอ" ครับถ้าหากเทียบกับ Starbucks ซึ่งข้อด้อยไม่ได้อยู่ที่ size หรือชื่อเสียงของธุรกิจหากแต่อยู่ที่แนวคิดในการทำงานของ app มากกว่า


Cafe Amazon Smart Pay นั้นเป็น application บนโทรศัพท์มือถือที่ช่วยอำนวยความสะดวกในเรื่องของการซื้อกาแฟและสินค้าในร้าน Cafe Amazon โดยไม่ต้องพกเงินสดเพียงแค่โหลด app มาและลงทะเบียนจากนั้นก็เปิด qr code ที่ได้ใน app ให้กับพนักงานของร้านดูโดย qr code ตัวนี้จะใช้ในการเติมเงินและในการจ่ายเงินผ่าน app ตัวนี้ซึ่งดูๆ แล้วก็เหมือนกับ app Starbucks Thailand อย่างไรอย่างนั้นเลยทีเดียวครับ


แต่ปัญหาของมันนั้นไม่ได้อยู่ที่การเหมือนเพราะในโลกนี้อะไรก็คล้ายคลึงกันได้แต่ทว่าการดำเนินการต่างหากที่ต่างกันเพราะถึงแม้ว่าจะเป็น app ที่ใช้จ่ายเงินด้วยการยิง qr code เหมอืนกันแต่ทาง Starbucks เองเขามีบัตร Starbucks Card ที่เป็นบัตรจริงๆ และสามารถจับต้องได้ประกอบนะครับดังนั้นถึงแม้ว่าผู้ที่รับประทานกาแฟจะไม่ได้เอาโทรศัพท์มือถือไปหรือว่าโทรศัพท์แบตหมดเปิดเครื่องไม่ติดก็ตามทีแต่เขาเองก็ยังสามารถซื้อกาแฟผ่านบัตรจริงได้ ในขณะที่ถ้าเป็น Cafe Amazon Smart Pay แล้วล่ะก็หากเครื่องดับหรือลืมโทรศัพท์เป็นอันจบเห่ครับ


อีกเรื่องหนึ่งที่ผมมองว่าทำให้ Cafe Amzon Smart Pay ยังอยู่ในสถานการณ์ที่เรียกว่ายังไม่เวิร์คตอนนี้ก็คือเรื่องของ Loyalty Program เพราะไหนๆ ก็มี app ทั้งทีน่าจะมีการใช้ app ให้เกิดประโยชน์ด้วยการทำ loyalty program กับลูกค้าอย่างเช่นอาจจะผูกเข้ากับบัตร PTT Blue card ได้เลยก็จะช่วยให้ฐานลูกค้าเพิ่มมากขึ้นหรือหากจะทำให้บัตร PTT Blue Card กลายเป็นบัตรจริงที่เหมือนกับบัตร Starbucks Card และมีการเพิ่มระดับของสมาชิกเลยก็จะยิ่งดี


ทางออกที่จะทำให้ app ตัวนี้เวิร์คผมมองว่าตอนนี้มีอยู่ทางเดียวครับคือต้องเดินทางแนวเดียวกับ Starbucks ด้วยการมีทั้งบัตรจริงและใช้ควบคู่กับ app ตัวนี้จากนั้นค่อยคิดต่อยอดไปจึงจะเหมาะสมที่สุด

                                                                                                                  กาลาโต้
วันเสาร์ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2557 | By: กาลาโต้

Reveal : แกะรอยคำพยากรณ์ข้างแก้ว Cafe Amazon

สวัสดีคนรักกาแฟทุกท่านครับเผลอแป๊บเดียวปี 2557 ก็กำลังจะผ่านพ้นไปปี 2558 กำลังจะเข้ามาเป็นอย่างไรกันบ้างครับปีนี้ได้ทำอะไรตามที่หวังไว้หรือไม่ ถ้ายังไม่ได้ทำหรือทำได้ไม่ตามเป้าก็ไม่เป็นไรปีหน้าฟ้าใหม่ยังมีโอกาสขอแค่เพียงแค่มีความมุ่งมั่นที่จะทำและไม่หยุดฝันผมเชื่อว่าไม่วันใดวันหนึ่งย่อมต้องสำเร็จผลตามที่ตั้งใจไว้อย่างแน่นอนผมคอยเอาใจช่วยครับ


กลับมาที่เรื่องของเรากันต่อดีกว่าครับ หากใครก็ตามที่เป็นแฟนในแฟนเพจ “เรื่องของคนรักกาแฟ” คงอาจพอจำได้ว่าผมได้มีการโพสต์เรื่องของ Gimmick เก๋ๆ ของ Café Amazon ที่มีเฉพาะช่วงปีใหม่นี้ไปโดย Gimmick ที่ว่านี้ก็คือคำพยากรณ์ข้างแก้วกาแฟ ซึ่งต้องยอมรับว่าผมเองสนใจกับกิจกรรมตัวนี้ค่อนข้างมากเลยครับเพราะเนื่องจากว่ายังไม่เคยมีร้านกาแฟเจ้าใดคิดลูกเล่นแบบนี้มาก่อนดังนั้นวันนี้วันดีจึงได้ถือโอกาสแวะร้านกาแฟ Café Amazon จัดไปหนึ่งแก้วและนำมารีวิวให้ทุกท่านได้ดูกันว่ามันเป็นอย่างไร



เมื่อซื้อกาแฟมาเราจะได้กาแฟรูปร่างแบบนี้


แต่แท้จริงแล้วมันสามารถแยกส่วนกันได้ครับเพราะเนื่องจาก Sleeve คลุมแก้วนั้นที่ทำมาจากกระดาษ


อีกมุม


เมื่อเรามองให้ชัดๆ จะเห็นว่า sleeve ที่ว่านี้จะมีรอยปรุให้เราแกะซึ่งเราก็ต้องแกะตามรอยปรุนั้น


พลิกกลับด้านจะเจอคำทำนาย


ดูกันชัดๆ ครับ อ่านว่าอะไรเอ่ย


เมื่อแกะแล้วก็นำมาสวมแก้วคืนก็สวยงามไปอีกแบบ

นี่แหละครับ Gimmick เก๋ๆ แต่ผมเองเชื่อว่าคนที่รับประทานกาแฟคงไม่ค่อยมีใครที่จะแกะอ่านคำพยากรณ์หรือคำทำนายที่อยู่ด้านหลังสักเท่าไหร่หรอกครับ คงคิดว่าเป็นเพียงแค่ Sleeve สวมแก้วกาแฟแบบปกติที่ทำออกมาตามงานเทศกาลเท่านั้นแต่ถึงกระนั้นก็ตามก็ถือว่าเป็นแนวคิดที่ดีและเป็นการพัฒนาอีกขั้นของวงการกาแฟไทยซึ่งหากมีการโฆษณาประชาสัมพันธ์ให้มากกว่านี้ผมเชื่อแน่ว่าแคมเปญนี้ประสบผลสำเร็จอย่างแน่นอน

ส่วนใครที่ดูรีวิวนี้แล้วอยากที่จะไปทดลองว่าตนเองจะได้คำทำนายหรือคำพยากรณ์อะไรก็สามารถไปทดลองกันได้ครับที่ร้านกาแฟ Café Amazon ทุกสาขาเพียงแค่ซื้อเครื่องดื่มขนาด 22 ออนซ์ขึ้นไปก็จะได้ sleeve ที่ว่านี้สวมแก้วทันทีโดยกิจกรรมนี้เริ่มต้นแล้วเรื่อยไปจนกระทั่งถึงวันที่ 5 มกราคม 2558 นี้เท่านั้น อย่าช้าครับ!

สำหรับบทความในตอนหน้าจะเป็นเรื่องอะไรต่อไปนั้นต้องติดตามให้ได้ห้ามพลาดอย่างเด็ดขาดและหากใครที่ยังไมได้เป็นแฟนเพจ “เรื่องของคนรักกาแฟ” (http://www.facebook.com/kafeme)  ก็อย่าช้าครับ รีบมองไปทางด้านขวามือของท่านแล้วคลิกเบาๆ ในส่วนที่เขียนว่า “แฟนเพจเรื่องของคนรักกาแฟ” เพียงแค่นี้เราก็จะเป็นครอบครัวเดียวกันแล้วครับ
                                                                 

                                                                                               กาลาโต้


วันพฤหัสบดีที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2556 | By: กาลาโต้

10 เรื่องเด่นของวงการกาแฟไทยปี 2556 (ตอนแรก)



       สวัสดีพี่ๆ เพื่อนๆ คนรักกาแฟทุกท่านครับอีกไม่กี่วันนับจากนี้ปี 2556 ก็กำลังจะผ่านพ้นไปและก้าวเข้าสู่ปีใหม่ ปี 2557 ในปีนี้ใครที่ยังไม่ได้ทำตามที่หวังไว้ก็ไม่เป็นไรนะครับเปิดมาฟ้าใหม่ในปี 2557 ก็ยังไม่สายเกิดไป ขอเพียงแค่ "เริ่ม" ที่จะ "ทำ" เท่านี้ก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว
       สำหรับ Entry ท้ายปีอย่าง Entry นี้และ Entry ถัดไปจะเป็นเรื่องราวที่ผมได้รวบรวมเอา 10 ข่าวเด่นๆ ในวงการกาแฟของปี 2556 มาให้ทุกท่านได้ดูกันนะครับว่าในปี 2556 นี้มีเรื่องราวอะไรในแวดวงกาแฟบ้างซึ่งต้องบอกก่อนว่าทั้ง 10 อันดับนี้เป็นแค่ความคิดเห็นส่วนตัวนะครับไม่ได้มีการโหวตหรือจัดอันดับจากใครเอาเป็นว่าเป็น "กาลาโต้ โพล" ละกันครับ @^_^@


อันดับที่ 10 : ภาพยนตร์กาแฟ "Coffee Please"

       นับตั้งแต่ภาพยนตร์แนวกาแฟอย่างเรื่อง Bitter Sweet ที่นำแสดงโดยมะหมี่แล้วช่วงที่ผ่านมาก็ยังไม่เห็นมีภาพยนตร์ที่มีแนวธีมของกาแฟออกมาในจอเงินเลย จะมีก็แต่ซีรียส์ Coffee Prince ในช่อง Cable TV ของทาง True เท่านั้นจนกระทั่งในช่วงปลายปีนี้จึงมีภาพยนตร์เรื่อง "Coffee Please แก้วนี้หัวใจสั่น" ออกมาให้พอแก้คิดถึงได้บ้าง  สำหรับเนื้อหาของภาพยนตร์เรื่องนี้คงไม่ต้องกล่าวถึงเพราะเนื่องจากว่าคอกาแฟทั้งหลายคงมีโอกาสได้ดูบ้างแล้วแต่สำหรับรายได้นั้นคงต้องเรียกได้ว่าไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควรแต่ก็ถือเป้นนิมิตหมายที่ดีที่ในวงการภาพยนตร์ในบ้านเรามีพัฒนาการขึ้นไปอีกขั้น


อันดับที่ 9 : Barista สุดหล่อบนโลกออนไลน์

       อันดับที่ 9 นี้ถือว่าเป็นกระแสอยู่พักใหญ่เลยครับบนโลกออนไลน์เกี่ยวกับพนักงาน Barista ของร้าน Starbucks ที่มีผู้ไปใช้บริการแล้วเห็นความน่ารักของน้องคนนี้เลยมีการนำมาแชร์ นำมาถามกันบน Social Network ซึ่งมีทั้งคนชื่นชมและคนว่ากล่าวไปตามระเบียบโดยแฟนคลับของน้องก็จะเชียร์สุดตัวแต่ในขณะที่คนไม่ใช่แฟนคลับก็จะบอกว่า Barista หน้าตาดีกว่านี้ก็มีให้เห็นอีกเยอะถึงขนาดเกิดมาม่าในเว็บบอร์ดหลายๆ บอร์ดซึ่งก็สร้างความคึกคักให้วงการกาแฟได้พักใหญ่เลยครับ


อันดับที่ 8 : การบุกตลาดกาแฟพรีเมี่ยมของ CP All
       .
       ในปัจจุบันนี้เรามักจะได้เห็นมุมกาแฟสดในร้านสะดวกซื้ออย่าง 7-11 มากขึ้นซึ่งนั่นเป็นผลงานการแตกหน่อขยายไลน์การทำธุรกิจของ CP All เพื่อหวังจะแย่งชิงตลาดกาแฟสดระดับกลางให้เป็นของตนซึ่งก็นับว่าได้ผลครับเพราะคนส่วนใหญ่หันมาใช้บริการกาแฟสด Kudsan มากกว่ากาแฟกดตามตู้กด อีกทั้งในปี 2556 CP All ยังบุกตลาดใน section นี้อย่างหนักด้วยการขยายจุดของกาแฟสดในร้าน 7-11 ให้เพิมมากขึ้นกว่าเดิมอีก 2 เท่่าตัวแถมยังชิมลางด้วยการเปิดร้านกาแฟพรีเมี่ยมแบบ Stand Alone โดยใช้ชื่อแบรนด์ว่า "Bellinee's" ซึ่งการกระทำในครั้งนี้เขย่าวงการตลาดกาแฟสดระดับการให้สะเทือนได้พอสมควรเลยครับ


อันดับที่ 7 :การกลับมาของกลยุทธ CRM และ Brand Awareness

       ในอดีตที่ผ่านมาสำหรับร้านกาแฟสดทั่วๆ ไปเราจะได้เห็นกลยุทธการสร้าง Brand Royalty และ Brand Awareness ด้วยกลยุทธยอดฮิตอย่างบัตรสะสมแต้ม 10 แถม 1 หรือในแบรนด์ใหญ่ก็จะเป็นประเภทบัตรสมาชิกเพื่อเป็นการสร้าง Brand Royalty และ CRM แต่สำหรับปี 2556 นี้ร้านกาแฟส่วนใหญ่เริ่มหันกลับมาใช้กลยุทธการสร้าง CRM, Brand Royalty และ Brand Awareness ของตนมากขึ้นกว่าเดิมด้วยการหาพันธมิตรมาร่วมกับตนเช่น ร้าน Cafe Amazon ซึ่งเป็นหนึ่งในไลน์ธุรกิจของ PTT ได้ร่วมกับเครือ PTT ทำโปรโมชั่นร่วมกับบัตร PTT Blue Card ซึ่งได้รับทั้งเสียงชมและเสียงด่าพอๆ กัน, McCafe ซึ่งเป็นหนึ่งในธุรกิจของร้านฟาสต์ฟู้ดชื่อดังอย่าง McDonalds ได้ร่วมมือกับ Rabbit ออกบัตร McCafe Rabbit Card ที่นอกจากจะเป็นบัตรสมาชิกแล้วยังสามารถใช้เป็นบัตรโดยสาร BTS ได้อีกด้วย เป็นต้น ซึ่งต้องถือว่าปีนี้เป็นปีทองอีกปีหนึ่งของวงการกาแฟที่ได้มีการนำเทคโนโลยีอันทันสมัยต่างๆ มาผนวกกับกลยุทธทางการตลาดเพื่อสร้างฐานลูกค้าของตนให้มากและแน่นขึ้น


อันดับที่ 6 :ตื่นเถิดชาวไทย!!!

       ในสมัยก่อนการที่จะหาร้านกาแฟสดรับประทานในยามค่ำคืนดูจะเป็นเรื่องที่ยากกว่าการหาบะหมี่เกี๊ยวกินแก้หิวในตอนกลางคืนเสียอีกเพราะเนื่องจากว่าในประเทศไทยนั้นการดื่มกาแฟในยามค่ำคืนยังไม่เป็นที่นิยมเท่าที่ควรในสมัยนั้นเท่าที่เห็นร้านกาแฟที่เปิด 24 ชั่วโมงก็คงจะมีแค่เพียงร้าน Coffee Society บริเวณสีลมเท่านั้นแต่ในปัจจุบันร้านกาแฟที่เปิด 24 ชั่วโมงเริ่มมีมากขึ้นตั้งแต่ร้านกาแฟสดขนาดเล็กอย่าง Kudsan ที่อยู่ใน 7-11 เรื่อยไปจนถึงร้านกาแฟขนาดใหญ่อย่าง Mc Cafe หรือร้าน Too Fast To Sleep ที่มีจุดเด่นคือเป็นร้านที่ไม่มีวันปิดดังนั้นโลกกาแฟในยุค 2556 นี้จะไม่มีวันหลับไหลอีกต่อไปแล้วครับ

       เป็นอย่างไรกันครับกับ 5 อันดับแรกสำหรับเรื่องเด่นในวงการกาแฟบ้านเราในปี 2556 ยังเหลืออีก 5  อันดับที่ถือเป็นข่าว Top 5 ในใจผมซึ่งต้องขอยกยอดกันไปในตอนหน้าครับ สวัสดีครับ

                                                                                                                       กาลาโต้

วันอังคารที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2556 | By: กาลาโต้

Blend Storming : Blue Card กับปัญหาของ Cafe Amazon



       สวัสดีครับชาว coffee mania ทุกคน ก่อนอื่นต้องขอออกตัวก่อนว่าบทความที่จะได้อ่านต่อไปนี้เป็นการแสดงความคิดเห็นส่วนตัวของผมเอง ไม่เกี่ยวข้องกับองค์กรหรีือหน่วยงานใดๆ เพียงแต่เป็นการแชร์ความคิดเห็นกันจากประสบการณ์ตรงที่ได้สัมผัสมา โดยหวัีงเป็นอย่างยิ่งว่าสิ่งที่จะกล่าวในบรรทัดถัดไปนี้คงจะมีส่วนช่วยในการปรับปรุงกระบวนการของ PTT Blue Card กับ Cafe Amazon ในราบรื่นยิ่งขึ้นไม่มากก็น้อยเพื่อผลประโยชน์ของผู้บริโภคครับ

       
       เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมาเชื่อว่าหลายคนคงได้เห็นโฆษณาของบัตรรูปลักษณ์เก๋ๆ ของ PTT หรือ ปตท.ในภาษาไทยที่ชื่อบัตร "Ptt Ble Card" ตามสื่อโฆษณาต่างๆ ทั้งในโทรทัศน์ หนังสือ นิตยสารและป้ายคัตเอาท์หน้าปั๊มน้ำมัน PTT เห็นแล้วคงจะสะดุดตาแปลกใจและฉงนใจว่าเจ้าบัตรหน้าตาเก๋ๆ นี้มีดีอย่างไรและทำอย่างไรจึงจะได้ครอบครองเป็นเจ้าของ ดังนั้นก่อนที่จะเข้าเรื่องของ entry นี้ก็ขออนุญาตอธิบายกันก่อนครับ เพื่อเป็นข้อมูลในการทำความเข้าใจ


       บัีตร Ptt Blue Card นี้เป็นบัตรที่ทางกลุ่ม Ptt ได้จัดทำขึ้นมาเพื่อให้สมาชิกหรือผู้ที่ใช้บริการในผลิตภัณฑ์ของ Ptt หรีือร้านค้าพันธมิตรมาเป็นสมัครโดยมีผลตอบแทนและสิทธิพิืเศษสำหรับสมาชิกคือเมื่อใช้บริการในกลุ่มผลิตภัณฑ์ของ Ptt ทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการเติมน้ำมัน การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง การซ่อมบำรุง ซื้อสินค้าในร้าน ่jiffy หรือแม้กระทั่งซื้อกาแฟในร้าน Cafe Amazon สมาชิกจะได้รับการสะสมแต้มเพื่อแลกเป็นของรางวัลหรือใช้แทนเงินสดซึ่งแต่ละที่ก็จะมีเงื่อนไขการได้แต้มแตกต่างกันออกไปรวมไปถึงสมาชิก Ptt Blue Card เองนั้นจะได้รับส่วนลดหรือสิทธิพิเศษอื่นๆ จากร้านค้าหรือสถานประกอบการที่เข้าร่วมโครงการกับ Ptt Blue Card อีกด้วย อาทิของแถมเพิ่มเติม ส่วนลดพิเศษ ฯลฯ ถือเป็นกลยุทธการทำ CRM ของทาง Ptt ที่กำลังเน้นกลุ่มเป้่าหมายคนยุคใหม่เป็นหลัก โดยตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 30 มิถุนายน ทาง Ptt เปิดให้สมัครสมาชิกฟรีโดยสามารถเข้าไปสมัครกันได้ครับที่ http://www.pttbluesociety.com

       
      พอจะเข้าใจในรายละเอียดของบัตรกันแล้วนะครับ แรกๆ เห็นก็รู้สึกเฉยๆ เพราะส่วนตัวแล้วไม่ค่อยได้เป็นคนที่ใช้บริการปั๊มน้ำมันบ่อยๆ แต่พอมาถึงว่าสามารถสะสมแต้มที่ร้าน Cafe Amazon ได้นี่ ต่อมความสนใจขึ้นสูงโดยอัตโนมัติเลยครับ เพราะส่วนตัวเวลาเดินทางต่างจังหวัดแทบทุกครั้งก็ได้ กาแฟ Cafe Amazon นี่แหละครับเป็นยากระตุ้นกำลังให้เดินทางต่อจึงได้ตัดสินใจสมัคร โดยใช้เวลาตั้งแต่สมัครจนถึงได้รับบัตรประมาณ 25 วัน แม้จะช้าไปหน่อยแต่ก็ถือว่าหยวนๆกันได้ครับเพราะมีผู้สมัครเยอะมากทีเดียว แต่นั่นก็ยังไม่ใช่ปัญหาที่ผมเจอ แล้วถ้าอย่างนั้นปัญหาคืออะไรล่ะ???ไปอ่านกันได้ในย่อหน้าต่อไปเลยครับ


       ทันทีที่บัตรส่งมาถึงบ้าน ในวันที่ 29 มีนาคม ด้วยความที่บ้าโฆษณาและเห่อของใหม่จึงออกไปใช้บริการที่ร้าน Cafe Amazon แถวบ้านพอซื้อปุ๊บจ่ายเงินพร้อมบัตร Blue Card ใบสวย พนักงานทำหน้างงๆพร้อมกับสอบถามกับพนักงานอีกคนถึงบัตรกว่าจะรู้เรื่องก็ล่อเข้าไปเกือบ 5 นาทีคนต่อแถวยืนรอจ่ายตังค์กันพอสมควร ก็ไม่เป็นไรครับพอรับได้เพราะคิดว่าเป็นของใหม่พนักงานอาจจะไม่ทราบถึงเรื่องบัตร Blue Card นี้ (ทั้งๆที่ทาง Blue Card เองแจ้งว่ามีการเทรนนิ่งพนักงานและปั๊มน้ำมันก่อนการใช้จริงอยู่แล้ว) ของแบบนี้ผิดพลาดกันได้ครับหลังจากเคลียร์เรียบร้อยแล้วได้รับใบเสร็จมามีรายละเอียดการซื้อ หมายเลขบัตรและคะแนนสะสมการซื้อในครั้งนี้คือ 3 แต้มซึ่งท้ายใบเสร็จเขียนว่าคะแนนดังกล่าวจะสะสมในบัตรและใช้ได้ในวันถัดไป

       วันถัดมาวันที่ 30 มีนาคม ได้มีโอกาสไปใช้บริการร้าน Cafe Amazon อีกสาขาหนึ่งก็ได้มีการใช้บัตร Blue Card ในการสะสมแต้มด้วยเช่นกัน คราวนี้ไม่มีปัญหาอะไรพนักงานใช้บัตร Blue Card ในการสะสมแต้มอย่้างคล่องแคล่วใบเสร็จรับเงินมีรายละเอียดบอกว่าคราวนี้ผมได้แต้มในการใช้จ่ายจำนวน 5 แต้ม แต่ที่รู้สึกแปลกใจคือแต้มของเมื่อวานจำนวน 3 แต้มไม่มีเข้าในบัตร แต่ก็คิดว่าคงติดวันหยุดแต้เมเลยไม่เข้าก็เลยไม่รู้สึกอะไร

      วันถัดมาวันที่ 31 มีนาคม ผมได้ไปซื้อกาแฟจากร้าน Cafe Amazon อีกครั้ง โดยคราวนี้เป็นร้านเดียวกันกับที่ไปซื้อเมื่อวันที่ 29 มีนาคม พนักงานคนเดิมกับวันนี้คราวนี้ใช้บัตร Blue Card เป็นแล้ว และได้ใบเสร็จออกมา การซื้อในครั้งนี้ผมได้แต้มสะัสมอีก 3 แต้ม พอดูท้ายใบเสร็จงงหนักเลยครับ เพราะแต้มสะสมที่เข้าในบัตรคือ 5 แต้มเป็นแต้มที่ได้จากการสะสมการซื้อในวันที่ 30 มีนาคม แล้วของวันที่ 29 หายไปไหนล่ะ???เ้อาน่า ใจเย็นไว้ก่อนเดี๋ยวคงเข้ามา

       วันที่ 1 เมษายน ไปใช้บริการที่ร้าน Cafe Amazon อีกร้านหนึ่งแถวสนามเป้าที่ไม่ใช่ร้านที่เคยซื้อในวันที่ 29-31 มีนาคม คราวนี้ยิ่งหนักเลยครับ สั่งกาแฟเสร็จจ่ายเงินยื่นบัตร พนักงานพูดมาเลยว่าเครื่องบันทึกเสียค่ะดิฉันจะเขียนหลังใบเสร็จให้แล้วคุณโทรไป 1365 แจ้งขอคะแนนสะสมย้อนหลังนะคะ โอ้วแม่เจ้านั่นเป็นเรื่องที่ลูกค้าต้องกระทำหรือครับทั้งที่เป็นความผิดของคุณเอง ไม่เป็นไรครับไม่ว่ากัน โทรไปก็โทรเชื่อไหมครับผมใช้เวลาโทร 1365 เบ็ดเสร็จเกือบ 1 ชั่วโมงเพื่อคะแนนสะสมเพียง 3 แต้มเท่านั้นแถมยังไม่สำเร็จอีกด้วยเพราะโทรไปถ้าไม่แบบสายหลุดก็ไม่มีคนรับสายค่าโทรศัพท์ไม่ต้องพูดถึงครับใช้มือถือโทรแถมไม่มีโปรโทรฟรี เริ่มหงุดหงิดพอควร แต่ที่ทำให้ทะลักจุดเดือดก็คือระหว่างที่นั่งโทรอยู่ในร้านนั้นมีลูกค้าอีกคนมาใช้บริการพอยื่นบัตรให้พนักงานนำไปสะสมแต้มให้ได้ กลายเป็นว่าำไอ้ที่บอกว่าเสียๆ นั้นเพราะพนักงานใช้ไม่เป็นมากกว่าหรือไม่อยากยุ่งยากก็ไม่ทราบได้ทำให้ความหงุดหงิดผมขึ้นมาทันทีแต่พยายามระงับอารมณ์ไว้



      วันที่ 2 เมษายนไปร้าน Cafe Amazon ร้านเดียวกับวันที่ 30 มีนาคม ที่ไปใช้บริการแล้วได้แต้มไม่มีปัญหา โดยคราวนี้ผมได้มีการติดตั้ง App ของ Blue Card บน smart phone ของผมไปด้วยเพื่อเช็คคะแนนสะสมเพื่อความชัวร์ สั่งกาแฟเสร็จ ยื่นบัตร รับใบเสร็จมาคราวนี้ระบุว่าคะแนนสะสมของผมจากการซื้อกาแฟร้าน cafe amazon ตลอด 3-4  วันที่ผ่านมาได้แต้มทั้งหมด 5 แต้ม งงมาก เลยเปิด app เช็คคะแนนดูก็ปรากฎว่าเป็น 5 แต้มเช่นกัน จึงทนไม่ไหวเข้าไป complain ใน facebook ของ Blue Card ปรากฎว่าได้คำตอบมาดังด้านล่างนี้เรื่องจึงเอวังด้วยประการทั้งปวงครับ


       ที่ผมนำมาเล่าสู่กันฟังก็มิใช่เพื่ออะไรหรือกครับเพีัยงแค่อยากแชร์ความคิดเห็นว่าเพื่อนๆ ที่เคยใช้บริการ Blue Card กับ Cafe Amฟzon เคยประสบเหตุการณ์เช่นนี้กันบ้างหรือไม่ ผมเข้าใจดีัครับว่าการทำอะไรใหม่ๆ อาจจะมีความขลุกขลักไปบ้า่งแม้ว่าจะมีการอบรมพนักงานหรือทดลองระบบกันก่อนใช้งานแล้วก็ตามทีแต่เรื่อง human error หรือ technical error ก็อาจมีเกิดขึ้นได้บ้าง อันนี้พอรับได้ครับ หากแต่ว่าใครเคยลองเข้าไปดูใน facebook ของ Blue Card จะทราบดีว่าปัญหาดังกล่าวนี้เกิดขึ้นกับผู้ใช้บริการบ่อยมาก แถมเป็นปัญหาเดิมๆ เพียงแต่เปลี่ยนตัวละครเปลี่ยนสถานที่เท่านั้นเอง เข้าทำนองหนังม้วนเดียวกันแต่เปลี่ยนที่ฉาย อีกทั้งเมื่อรู้ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นเป็นปัญหาเดิมๆ เหตุใดจึงไม่คิดวิธีแก้ให้รัดกุมมากว่าคำกล่าวขอโทษล่ะครับ ผมว่า "ล้อมคอกก่อนวัวหาย" น่าจะัดีกว่า "วัวหายจึงล้อมคอก" นะครับ ผมคงไม่ขอพูดอะไรมากครับ เพราะไหนๆ ทำมาแล้วก็ยังคงต้องใช้บริการกันต่อไปและหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกคำติที่มีมาคงช่วยพัฒนาปรับปรุงระบบให้ดีขึ้นต่อไปในอนาคตครับ เพราะไม่เช่นนั้นการที่จะทำมาเพื่อดึงดูดลูกค้าบางทีอาจจะเป็นการทำลายฐานลูกค้าให้ลดลงก็ไปเป็นได้ครับ อย่าให้เข้าทำนอง "โง่ซ้ำซาก หรีือว่าประวัติศาสตร์ซ้ำรอย" สวัสดีครับ

                                                                                                                     กาลาโต้