แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Acoustic แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Acoustic แสดงบทความทั้งหมด
วันพฤหัสบดีที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2556 | By: กาลาโต้

My Cup : 2556 ปีชงของคนกาแฟ


       ก่อนอื่นต้องขอกล่าวคำว่าสวัสดีปีใหม่ 2556 แด่พี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ มิตรสหายคนรักกาแฟทุกคนนะครับ ปี 2256 นี้ขออย่าให้เจ็บ อย่าให้จน ขอให้รวยๆ เฮงๆ เซ้งลี้ฮ้อกันตลอดทั้งปีนะครับ @^_^@

       เรื่องต่อมาต้องกราบขออภัยแฟนๆ ทุกท่านที่ตั้งตารอคอยอ่านเรื่องใหม่ๆ ตั้งแต่เดือนกันยายนที่ผ่านของปีที่แล้ว (ถ้าจำไม่ผิดเรื่องสุดท้ายก่อนหายตัวน่าจะเป็นเรื่องแก้ว sweet tumbler) เนื่องจากว่างานค่อนข้างยุ่งมากอีกทั้งมีอารมณ์ตัวเป็นขนคอยตามหลอกหลอนจึงทำให้ไม่ได้อัำพ blog นานอย่างที่เห็น แต่อย่างไรก็ตามปีใหม่ ปี 2556 นี้่ตั้งใจ ตั้งปณิธานกับตัวเองไว้ว่าจะพยายามอัพเรื่องราวใหม่ๆ ให้ได้อ่านกันอย่างน้อยอาทิตย์ละครั้งเพื่อให้แฟนๆ ที่ตั้งตารออ่านกันไม่เสียอารมณ์ ถ้าอย่างไรก็เป็นกำลังใจกันด้วยนะครับ!!!!


       ทีนี้มาขอเล่าถึงเรื่องที่จั่วหัวไว้ใน entry นี้กันบ้างดีกว่าครับ เรื่องของเรื่องมันเกิดขึ้นเมื่อประมาณเดือนธันวาคมนี่แหละครับ เชื่อว่าคนรักกาแฟทุกคนที่ีโลดแล่นอยู่ในโลก social network ไม่ว่าจะเป็น twitter, facebook, instagram หรืออะไรก็ตามแต่คงจะได้รับข้อความหรืออ่านโพสต์ประเภททำนองที่ว่า "ปีหน้าเป็นปีชงวิธีแก้่คืองดกินกาแฟหรืองดทำกาแฟเองจะได้ไม่ต้องชง" หรือ "ปีหน้าคนที่ชงหนักที่สุดคือบาริสต้าเพราะต้องชงกาแฟทั้งปี" ประมาณนี้แหละครับ ผมเองเล่น facebook และ twitter มาหลายปีก็เพิ่งจะเห็นโพสต์แบบนี้ปีนี้มากเป็นพิเศษเหมือนกันไำม่รู้ว่าเป็นเพราะอิทธิพลจากเกมส์ I Love Coffee TH ด้วยหรือเปล่าก็ขำๆ กันดีครับแก้เครียดช่วงปีใหม่

       แต่ในความเป็นจริงที่ผมกำลังจะพูดถึงต่อไปนี้ก็คือมีนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงนักการตลาดหลายๆ ท่านต่างก็ทำนายแนวโน้มในปี 2556 ว่า "ธุรกิจกาแฟสด" ยังสามารถเติบโต ขยายตัวได้อีกในปีหน้า จะมีนักทานกาแฟหน้าใหม่ๆ ที่ยังคงหลงไหลในเจ้าเครื่องดื่มอันรื่นรมย์สีดำชนิดนี้ผันตัวมาเป็นเจ้าของกิจการ เป็นคนชงกาแฟกันมากขึ้น โดยเม็ดเงินอาจจะมากกว่าปี 2555 ที่ผ่านมา อ่านๆ ดูแล้วก็น่าชื่นใจนะครับที่เราจะได้มีโอกาสลิ้มลองกาแฟเจ้าใหม่ๆ รสชาติใหม่ๆ อีกหลายต่อหลายร้านกันในปี 2556 นี้ตามประสา coffee mania

       ในขณะที่ผมกำลังยินดีกับว่าที่เจ้าของธุรกิจกาแฟสดเจ้าใหม่ๆ ที่จะเข้ามาสร้างสีสรรค์ในวงการกาแฟในปีนี้ขณะเดียวกันเมื่อมองไปรอบๆ ตัว ผมพบว่ามีหลายกาแฟหลายต่อหลายร้านเลยทีเดียวครับ ที่จำต้องปิดตัว ปรับตัวหรือหายไปจากสารบบกาแฟสดที่เคยทำมา ไม่ว่าจะเป็นปิดถาวร ปิดชั่วคราวรอฟ้าหลังฝนค่อยมาเปิดใหม่หรือแม้แต่กระทั่งลดขนาดร้านค้าลงเพื่อลดต้นทุนและเพื่อให้สามารถดำเนินการต่อไปได้

       ร้านที่ผมกล่าวมาเหล่านี้อย่าเพิ่งทึกทักกันนะครับว่าที่อยู่กันไม่รอดเพราะว่ากาแฟห่วยแตก การบริการแย่ๆ หรือแม้กระทั่งไม่คำนึงถึงสภาพความพร้อมของตัวเอง ร้านที่เข้าข่ายแบบนี้ก็มีเยอะเหมือนกันผมยังคิดเลยว่าดีเหมือนกันเพราะสุดท้ายแล้วระบบจะคัดกรองและทำให้ร้านกาแฟที่เหลืออยู่เป็นร้านที่มีคุณภาพจริงๆ ไม่ได้เปิดกันเกร่อตามแฟชั่นเหมือนเมื่อหลายปีก่อน

       หากแต่ร้า่นที่ผมนึกเสียดายก็คือร้านกาแฟดีๆ ที่ผมรู้จักหลายร้านเลยทีเดียว ทั้งที่เคยรีวิวใน blog หรือไม่เคยรีวิวใน blog ที่จำต้องปิดตัวลงด้วยเหตุผลต่างๆ นาๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหตุผลที่ว่า "เพราะการแข่งขันสูงทำให้ไม่สามารถต่อกรหรือต่อสู้กับร้านกาแฟแบรนด์ขนาดใหญ่หรือเจ้าของร้านกระเป๋าหนักได้" เหตุผลนี้ช่างหน้าเจ็บปวดยิ่งนักครับ บางร้านโดนเบาๆ ก็แค่ปรับกลยุทธเฉือนกำไรที่มีอยู่แทบจะน้อยนิดหลังจากหักค่าใช้จ่ายๆ ต่างๆ ออกไปแล้ว เพื่อให้มีคนมาทานกาแฟมากขึ้น, บางร้านลดต้นทุน ลดแรงงานที่ไม่จำเป็น ลดค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือยต่างๆ เพื่อให้ร้านตรึงราคาและคุณภาพไว้ให้กับลูกค้าที่รักกาแฟจริงๆ (อันนี้ขอยกย่อง) ส่้วนที่โดนหนักก็คงไม่ต้องพูดอะไรมากต่อให้บริการดีหรือชงกาแฟคุณภาพขนาดไหนแต่น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟสุดท้ายก็ต้องปิดตัวลงไปในที่สุด ถือว่าเป็นปีชงตามหลักโหราศาสตร์จริงๆ ขอคนกาแฟครับ แต่ถึงอย่างไรก็ตามผมในฐานะของคนธรรมดาๆ ที่ชอบทานกาแฟอร่อยๆ ดีๆ ที่ไม่ได้ยึดติดกับแบรนด์ต่างๆ มากนักก็ขอเป็นกำลังใจให้ร้านเหล่านั้นผ่านพ้นจุดวิกฤตไปได้ในที่สุดและกลับมาสู้ใหม่ กลับมาเป็นร้านกาแฟคุณภาพดังที่เคยเพราะลูกค้าอันเหนียวแน่นของพวกคุณยังรอพวกคุณอยู่ครับ!!! Fight Fight!!!

       ผมเชื่อว่าไม่ว่าปีนี้เศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร สถานการณ์ในวงการกาแฟของบ้านเราและตลาดโลกจะเป็นอย่างไร ฝนจะตก น้ำจะท่วมสักแค่ไหน ชีวิตของคนให้บริการอย่างเราๆท่านก็คงต้องดำเนินต่อไปตามวัฏจักรที่ควรจะเป็น ขอให้เชื่อมั่นและอดทนเรื่องต่างๆ ก็คงผ่านพ้นไปได้เหมือนเช่นปีที่ผ่านมา รวมถึง blog เรื่องของคนรักกาแฟ ด้วยที่ไม่ว่าจะเกิดอะไรก็จะพยายามสรรหาเรื่องราวดีๆ มาให้ได้อ่านกันอย่างสม่ำเสมอ อาจจะไม่มากเหมือนเว็บอื่นๆได้แต่ขอรับรองได้ว่าไม่น้อยกว่าปีที่ผ่านมาแน่นอนครับ สวัสดีครับ

                                                                                                                         กาลาโต้

       ปล.

1.สำหรับแฟนๆ เรื่องของคนรักกาแฟทุกท่านครับ ตอนนี้ร้าน Acoustic Coffee ที่เคยแนะนำไปเขาเปิด 24 ชั่วโมงแล้วและตอนนี้มีโปรโมชั่นพิเศษคือแจกบัตรลด 20% สำหรับการใช้บริการที่ร้าน Acoustic Coffee ตั้งแต่เวลา 00.00-06.00 น.ตลอดเดือนมกราคมนี้ครับ บัตรมีจำนวนจำกัด ใครอยากได้ให้ไปที่ร้าน Acoustic Coffee บอกว่ามาจาก blog เรื่องของคนรักกาแฟ มารับบัตรลด 20% รับรองได้ทุกท่านครับ



2.สำหรับแฟนๆ เรื่องของคนรักกาแฟทุกคนที่กลัวว่าตัวเองจะชงหรือไม่ ดวงชะตาปี 2556 จะดีหรือเปล่าสามารถเข้าไปที่แฟนเพจ "เรื่องของคนรักกาแฟ" http://www.facebook.com/kafeme ได้ครับ แค่กดไลค์ (กรณีที่ยังไม่เคยกดไลค์) และโพสต์โดยพิมพ์คำว่า "ขอรับบัตรฟันธงการ์ด" ตามด้วยชื่อร้านกาแฟที่อยากให้ไปรีวิว เพียงแค่นี้ก็ได้รับบัตร funtong card สำหรับการทำนายดวงชะตาโดยหมอลักษณ์ ฟันธง มูลค่า 99 บาทฟรีๆ ครับ มีจำกัดเพียง 30 ท่านเท่านั้นนะครับ สนับสนุนของรางวัลโดยเว็บพูนพรพระเครื่อง (http://www.poonbhorn.com) ต้องขอขอบพระคุณมา ณ โอกาสนี้ครับ
วันพุธที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 | By: กาลาโต้

Cupping Street : Third Place ดีๆ สำหรับคนรักกาแฟ


       แนวคิด "Third Place" หรือ "สถานที่พักพิงที่ 3" ของร้านกาแฟระดับพรีเมี่ยมเจ้าใหญ่อย่าง starbucks ดูจะประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้นเลยทีเดียวโดยสังเกตได้จากปัจจุบันผู้คนนิยมใช้บริการร้านกาแฟต่างๆ เป็น Third Place รองจากบ้านและที่ทำงาน ใช้สถานที่ๆ 3 นี้เป็นแหล่งพักผ่อน ชาร์จพลังจากการทำงาน ผ่อนคลายความตึงเครียดหรือแม้กระทั่งเป็นสถานที่ทำงานเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศก็มี ดังนั้นจงอย่าแปลกใจที่เห็นร้านกาแฟที่มีที่นั่งในแต่ละร้านจะเต็มไปด้วยผู้คนทุกเพศ ทุกวัย ไปชุมนุมในสถานที่แห่งนั้นจนบางครั้งในร้านที่ดังๆ เรียกได้ว่าต้องยืนรอโต๊ะนั่งกันเลยทีเดียวและสำหรับวันนี้ผมก็มี Third Place ดีๆ สำหรับคนรักกาแฟมาฝากกันครับ เชื่อได้ว่าร้านกาแฟแห่งนี้ใครได้อ่านแ้ล้วอยากไปกันแน่นอนเพราะจัดได้ว่าเป็น Third Place ที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายอย่างแท้จริง นั่นก็คือร้าน Acoustic Coffee ครับ


       ร้าน Acoustic Coffee ถือเป็นร้านกาแฟน้องใหม่ร้านหนึ่งที่เพิ่งเปิดให้บริการกันไม่นาน โดยถือฤกษ์เอาชัยวันที่ 11 พฤษภาคม 2555 ที่ผ่านมาประเดิมเปิดร้านให้คอกาแฟอย่างเราได้ไปลิ้มลองกัน ซึ่งถึงแม้จะเปิดได้ไม่นานก็อย่าเพิ่งดูแคลนกันว่าจะอร่อยหรือดีจริงหรือไม่เพราะผมเองได้ไปทดสอบมาแล้วและต้องบอกว่า "ไม่ธรรมดา" เลยทีเดียวครับ


       แนวคิด Third Place หรือ "ขอเพียงที่พัก (ใจ)" ของร้าน Acoustic Coffee ปรากฏให้เห็นชัดเจนเมื่อเดินเข้าไปในร้าน เพราะบรรยากาศการตกแต่งร้านดูโปร่งสบายๆ อีกทั้งร้านยังมีบริเวณชั้น 2 ที่เปิด open air เหมือนดาดฟ้าสำหรับคนที่ชอบบรรยากาศธรมชาติเดิมๆ ได้นั่งกันตามอัธยาศัย ดังนั้นร้าน Acoustic Coffee จึงเปรียบได้กับ "บ้านอีกหลังหนึ่ง" ของเราอย่างแท้จริง


       กลับมายังบริิเวณชั้นล่างของร้าน การเลือกชุดเก้าอี้โทนสีที่แมทซ์กับการตกแต่งร้านและการจัดชั้นหนังสือและเคาน์เตอร์สั่งกาแฟมีความสมดุลและกลมกลืนกันอย่างไม่ขัดเขิน ช่วยสร้างความรู้สึกอบอุ่นให้กับผู้ที่มาทานกาแฟได้เป็นอย่างดีและเมื่อบวกกับอัธยาศัยและไมตรีอันอบอุ่นของพนักงานและเจ้าของร้านก็ทำให้สถานที่แห่งนี้เป็น Third Place ได้อย่างสมบูรณ์


       สำหรับกาแฟที่ผสมสั่งมาดื่มในวันนี้เป็น Iced Macadamia Latte ครับ ความหอมของ syrup ผสมเข้ากับกาแฟคุณภาพดีอย่างลงตัว เมื่อจิบแรกเข้าไปก็สามารถรับรู้ได้ถึงความหอมและรสชาติของกลิ่นผลไม้ในปากและเมื่อทานคู่กับ "ครัวซองแฮมชีส" ที่เป็นสินค้า Best Seller อีกตัวของร้านก็ยิ่งทำให้ช่วงเวลาพักผ่อนของเรามีความสุขมากยิ่งขึ้น ส่วนเพื่อนของผมเจ้าเดิมลองสั่ง Iced Americano มาชิมก็ไม่ผิดหวังเพราะรสชาติกาแฟออกมาเข้มข้นตามมาตรฐานของ Americano แท้ๆ ดังนั้นผมจีงบอกไว้ตั้งแต่ต้นเรื่องล่ะครับว่าอย่าดูแคลนร้านที่เพิ่งเปิดใหม่ เพราะถ้าไม่มีดีจริงคงไม่กล้ามาเปิดร้านอย่างแน่นอน


       จุดเด่นอีกอย่างหนึ่งของร้าน Acoustic Coffee ที่ผมถือว่าเป็นไฮไลท์หลักของร้านและยิ่งตอกย้ำความเป็นสถานที่พักผ่อนให้กับบรรดาคอกาแฟได้อย่างแท้จริงนั่นก็คือทุกวันเสาร์ช่วงเวลาประมาณ 18.30-20.00 น. ทางร้านเค้าจะมีดนตรี acoustic มาเล่นให้ฟังกันสดๆ ในบรรยากาศสบายๆ และเราสามารถขอเพลงที่เราต้องการในช่วงเวลานั้นๆ ได้อีกด้วยครับ


       เป็นอย่างไรกันบ้างล่ะครับเพียงแค่นี้ร้าน Acoustic Coffee พอที่จะเป็น Third Place สำหรับเราชาวคอกาแฟได้หรือยัง ถ้าใครมีโอกาสไปแถว Major Cineplex รัชโยธินอยากให้ลองแวะไปสักครั้งเพราะอยู่เลย Major รัชโยธินไปหน่อยเดียวส่วนใครที่มารถโดยสารประจำทางยิ่งง่ายเลยครับเพราะอยู่ตรงป้ายรถเมล์เลยหาไม่ยากครับ และหากใครที่จะมาดื่มกาแฟพร้อมฟังเพลงแนะนำให้มาวันเสาร์ช่วงเย็นครับ รับรองว่าได้รับความสุข ความทรงจำดีๆ กลับบ้านไปนอนฝันดีแน่นอน


       ถึงแม้ว่าร้านกาแฟใหญ่จะกลายเป็น Third Place ในปัจจุบันสำหรับพวกเรา ให้พวกเราได้นั่งพักผ่อน ให้พวกเราได้นั่งทำงาน หรือแม้กระทั่งให้พวกเราได้นั่งรอฆ่าเวลาก็ตามทีแต่อย่างไรก็อย่าลืมใจเขาใจเรานะครับใช้เวลา ณ สถานที่เหล่านี้แต่พอดี พอประมาณ เพราะว่าทางร้านเหล่านี้เองเขาก็มีค่าใช้จ่ายของร้านเช่นกันบางคนพากันมา 10 คนสั่งกาแฟแก้วเดียวนั่งนานเป็นชั่วโมง บางคนกาแฟแก้วเดียวเอาโน้ตบุคมาชาร์จไฟนั่งทำงานแถมพาคนมาสอนพิเศษรวมๆเวลาแล้ว 4 ชั่วโมง แบบนี้ก็ไม่ไหวเช่นกันครับจริงอยู่ว่าทางร้านอาจจะไม่พูดอะไรแต่ว่าในฐานะคนนั่งก็ควรดูตามความเหมาะสมครับ ถ้าร้านเขาอยู่ได้พอมีกำไรเราก็จะได้มี Third Place ดีๆ ให้พักอาศัยกันไปนานๆ ครับ


       พระเจ้าอวยพรครับ............


                                                                              กาลาโต้