แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Coffee Shop แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Coffee Shop แสดงบทความทั้งหมด
วันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2558 | By: กาลาโต้

Cupping Street : Ten Thirty Cafe กาแฟก็ดี (ผู้ชายก็) มีให้ดู



สวัสดีครับคนรักกาแฟทุกท่าน ผมเองเชื่อเหลือเกินครับว่าสำหรับคนที่ไปดื่มกาแฟตามร้านกาแฟต่างๆ นั้นส่วนใหญ่แล้วมักจะมีเหตุผลสำคัญคือเพื่อผ่อนคลายความตึงเครียด ผ่อนคลายความเหนื่อยล้า หรือแม่แต่นั่ง slow life ก่อนที่จะไปทำอย่างอื่นซึ่งคงต้องบอกเลยครับว่ากาแฟนั้นมีส่วนช่วยให้คุณๆ ได้ผ่อนคลายความเครียดดังกล่าวได้ส่วนหนึ่งและถ้าหากบรรยากาศภายในร้านชวนให้นั่ง ชวนให้มองแล้วล่ะก็รับรองได้ว่าเป็นอะไรที่สุดยอดมากเลยทีเดียวดังนั้นในบทความตอนนี้ผมจึงขอนำทุกท่านไปรู้จักกับร้านกาแฟร้านหนึ่งที่ถึงแม้ว่าเปิดมาไม่นานแต่ก็มีคนพูดถึงและกล่าวขวัญเป็นอย่างมากเพราะนอกจากกาแฟที่เป็นอาหารปากที่สุดยอดแล้ว เรื่องอาหารตาก็มีให้อิ่มเองด้วยไม่แพ้กันซึ่ง “Ten Thirty Café” ก็คือร้านที่ผมพูดถึงนั่นเอง



ร้าน Ten Thirty Café นั้นต้องถือว่าเป็นร้านกาแฟน้องใหม่ที่มาแรงเลยทีเดียวครับเพราะเนื่องจากว่าเป็นร้านกาแฟที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงที่อยู่ย่านกลางเมืองโดยอยู่ฝั่งตรงข้ามกับโรงภาพยนตร์เมเจอร์ รัชโยธิน พอดิบ พอดีดังนั้นสถานที่แห่งนี้จึงเป็นสถานที่ Hang Out นั่งเล่นฆ่าเวลาก่อนหนังจะเข้าโรงหรือเป็นสถานที่นัดพบปะเพื่อนฝูงได้เป็นอย่างดีและที่สำคัญพวกฟรีแลนซ์ที่ต้องการสถานที่ทำงานแบบชิลๆ หรือพวกนักเรียนนักศึกษาที่อยากหาสถานที่อ่านหนังสือหรือทำรายงานที่นี่ถือว่าเป็นแหล่งสวรรค์เลยครับและด้วยสถานที่ๆ กว้างขวางและบรรยากาศดีนี้เองทำให้องค์กรหลายองค์กร บริษัทหลายบริษัทเลือกที่จะใช้ร้าน Ten Thirty café นี้จัดงานอบรมสัมมนากันอยู่เสมอๆ



แต่นั่นเป็นจุดเด่นที่ยังไม่โดดเด่น!



เพราะจุดเด่นของร้าน Ten Thirty Café ที่ทำให้คอกาแฟและคนที่ไม่ใช่คอกาแฟโดยเฉพาะอย่างยิ่งสาวๆ รู้จักร้านนี้กันอย่างรวดเร็วก็คือบรรดาบาริสต้าหล่อ หุ่นดี หน้าตาน่ารัก ที่มีคิวผลัดเวรกันมาทำกาแฟอร่อยๆ ให้ทานกันนั่นเองครับซึ่งทันทีที่มีการพูดถึงในโลก Social Media ได้ไม่นานก็มีคนมาเยี่ยมเยียนร้านกาแฟร้านนี้อย่างไม่ขาดสายบ้างก็มาชิมกาแฟ บ้างก็มาชิมอาหารตาซึ่งก็ว่ากันไปครับ



หลังจากที่ได้มีการพูดคุยและหาข้อมูลของร้าน Ten Thirty Café ทั้งจากสื่อต่างๆ และลงพื้นที่จริงจึงทำให้รู้ว่าเจ้าของกิจการนั้นเคยเปิดบริษัททำออแกไนเซอร์มาก่อน จากนั้นเมื่อมาเปิดร้านกาแฟก็ดึงเอาบรรดานายแบบนางแบบในสังกัดมาร่วมงานด้วยเพื่อเป็นจุดเติมเต็มของร้านกาแฟเพราะทางเจ้าของกิจการเองมีความเชื่อว่าการที่พนักงานหน้าตาดี บริการดี บรรยากาศดี กาแฟดี จะทำให้การรับประทานกาแฟในมื้อนั้นๆ ดีที่สุดซึ่งก็ถูกต้องเลยทีเดียวครับ



มาถึงตอนนี้หลายคนที่ไม่เคยไปใช้บริการอาจจะสงสัยและคิดในใจว่าคงจะเป็นเพียงแค่เอารูปร่างหน้าตามาเป็นจุดขายแต่การชงกาแฟก็งั้นๆ ซึ่งต้องบอกว่าคิดผิดครับเพราะบาริสต้าโมเดลทีเป็นนายแบบนางแบบเหล่านี้ต้องมีการเข้าคอร์สฝึกอบรมการชงกาแฟจนถึงขั้นเป็นบาริสต้าจริงๆ ได้เสียก่อนจึงจะมายืนหน้าเคาน์เตอร์ได้ไม่อย่างนั้นแล้วต้องให้หล่อให้สวยแค่ไหนหมดสิทธิ์ครับและก็ต้องบอกว่ากาแฟของเขานั้นอร่อยจริง อะไรจริงครับ



พูดไปจะหาว่าเชียร์ จะหาว่าโม้ เอาเป็นว่า หากใครอยู่ใกล้หรือมีโอกาสไปดูหนังแถวก็ลองไปใช้บริการดูนะครับเพราะกาแฟที่นี่ราคาถูกกว่าค่าตั๋วหนังสักเรื่องหนึ่งอีก และโดยเฉพาะอย่างยิ่งหากใครไปในช่วง 4 โมงเย็นถึงเที่ยงคืนซึ่งเป็นช่วงที่บาริสต้าโมเดลออกมาชงกาแฟด้วยแล้วรับรองได้ว่าได้ทั้งอิ่มท้องและได้ทั้งอิ่มตาอย่างแน่นอน



ส่วนคำถามสุดท้ายที่ถามมาว่าทำไมต้องชื่อ Ten Thirty นั้นก็เพราะว่า

“เวลา 10.30 น.นั้นเป็นเวลาที่เหมาะสมที่สุดกับการดื่มกาแฟ” นั่นเองครับ!

                                                                                                                   กาลาโต้
วันเสาร์ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2557 | By: กาลาโต้

Reveal : แกะรอยคำพยากรณ์ข้างแก้ว Cafe Amazon

สวัสดีคนรักกาแฟทุกท่านครับเผลอแป๊บเดียวปี 2557 ก็กำลังจะผ่านพ้นไปปี 2558 กำลังจะเข้ามาเป็นอย่างไรกันบ้างครับปีนี้ได้ทำอะไรตามที่หวังไว้หรือไม่ ถ้ายังไม่ได้ทำหรือทำได้ไม่ตามเป้าก็ไม่เป็นไรปีหน้าฟ้าใหม่ยังมีโอกาสขอแค่เพียงแค่มีความมุ่งมั่นที่จะทำและไม่หยุดฝันผมเชื่อว่าไม่วันใดวันหนึ่งย่อมต้องสำเร็จผลตามที่ตั้งใจไว้อย่างแน่นอนผมคอยเอาใจช่วยครับ


กลับมาที่เรื่องของเรากันต่อดีกว่าครับ หากใครก็ตามที่เป็นแฟนในแฟนเพจ “เรื่องของคนรักกาแฟ” คงอาจพอจำได้ว่าผมได้มีการโพสต์เรื่องของ Gimmick เก๋ๆ ของ Café Amazon ที่มีเฉพาะช่วงปีใหม่นี้ไปโดย Gimmick ที่ว่านี้ก็คือคำพยากรณ์ข้างแก้วกาแฟ ซึ่งต้องยอมรับว่าผมเองสนใจกับกิจกรรมตัวนี้ค่อนข้างมากเลยครับเพราะเนื่องจากว่ายังไม่เคยมีร้านกาแฟเจ้าใดคิดลูกเล่นแบบนี้มาก่อนดังนั้นวันนี้วันดีจึงได้ถือโอกาสแวะร้านกาแฟ Café Amazon จัดไปหนึ่งแก้วและนำมารีวิวให้ทุกท่านได้ดูกันว่ามันเป็นอย่างไร



เมื่อซื้อกาแฟมาเราจะได้กาแฟรูปร่างแบบนี้


แต่แท้จริงแล้วมันสามารถแยกส่วนกันได้ครับเพราะเนื่องจาก Sleeve คลุมแก้วนั้นที่ทำมาจากกระดาษ


อีกมุม


เมื่อเรามองให้ชัดๆ จะเห็นว่า sleeve ที่ว่านี้จะมีรอยปรุให้เราแกะซึ่งเราก็ต้องแกะตามรอยปรุนั้น


พลิกกลับด้านจะเจอคำทำนาย


ดูกันชัดๆ ครับ อ่านว่าอะไรเอ่ย


เมื่อแกะแล้วก็นำมาสวมแก้วคืนก็สวยงามไปอีกแบบ

นี่แหละครับ Gimmick เก๋ๆ แต่ผมเองเชื่อว่าคนที่รับประทานกาแฟคงไม่ค่อยมีใครที่จะแกะอ่านคำพยากรณ์หรือคำทำนายที่อยู่ด้านหลังสักเท่าไหร่หรอกครับ คงคิดว่าเป็นเพียงแค่ Sleeve สวมแก้วกาแฟแบบปกติที่ทำออกมาตามงานเทศกาลเท่านั้นแต่ถึงกระนั้นก็ตามก็ถือว่าเป็นแนวคิดที่ดีและเป็นการพัฒนาอีกขั้นของวงการกาแฟไทยซึ่งหากมีการโฆษณาประชาสัมพันธ์ให้มากกว่านี้ผมเชื่อแน่ว่าแคมเปญนี้ประสบผลสำเร็จอย่างแน่นอน

ส่วนใครที่ดูรีวิวนี้แล้วอยากที่จะไปทดลองว่าตนเองจะได้คำทำนายหรือคำพยากรณ์อะไรก็สามารถไปทดลองกันได้ครับที่ร้านกาแฟ Café Amazon ทุกสาขาเพียงแค่ซื้อเครื่องดื่มขนาด 22 ออนซ์ขึ้นไปก็จะได้ sleeve ที่ว่านี้สวมแก้วทันทีโดยกิจกรรมนี้เริ่มต้นแล้วเรื่อยไปจนกระทั่งถึงวันที่ 5 มกราคม 2558 นี้เท่านั้น อย่าช้าครับ!

สำหรับบทความในตอนหน้าจะเป็นเรื่องอะไรต่อไปนั้นต้องติดตามให้ได้ห้ามพลาดอย่างเด็ดขาดและหากใครที่ยังไมได้เป็นแฟนเพจ “เรื่องของคนรักกาแฟ” (http://www.facebook.com/kafeme)  ก็อย่าช้าครับ รีบมองไปทางด้านขวามือของท่านแล้วคลิกเบาๆ ในส่วนที่เขียนว่า “แฟนเพจเรื่องของคนรักกาแฟ” เพียงแค่นี้เราก็จะเป็นครอบครัวเดียวกันแล้วครับ
                                                                 

                                                                                               กาลาโต้


วันจันทร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557 | By: กาลาโต้

Cupping Street : O's Coffee กาแฟดีๆ ที่ไม่ต้องพึ่งแต่เพียงชื่อร้าน


       สวัสดีบรรดาคนรักกาแฟทุกท่าน ต้องกราบขออภัยเป็นอย่างยิ่งที่ช่วงนี้อาจจะหายหน้าหายตาไปบ้างทั้งที่มีเรื่องราวมากมายที่อยากจะเขียนเพื่อแบ่งปันให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันเพระาเนื่องจากว่าติดงานหลักและงานอื่นๆ จนทำให้เมื่อคิดจะเขียนก็ลืมบ้าง เหนื่อยบ้าง แต่ถึงอย่างไรก็สัญญาว่าจะพยายามมาอัพเดทข่าวสารให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันบ่อยๆ พร้อมๆ กับกำลังจะทำโปรเจคต์ดีๆ ให้คนรักกาแฟทุกท่านได้เสพกันในปีหน้า อย่าเพิ่งเบื่อกันเสียก่อนนะครับ



       กลับมาที่ entry นี้กันต่อดีกว่าครับหากใครก็ตามที่เป็นคอกาแฟในบ้านเราเชื่อว่าเมื่อ 3-4 เดือนก่อนคงจะพอทราบข่าวเกี่ยวกับเรื่องการเปลี่ยนแบรนด์ของงร้านกาแฟชั่วคราวจาก "กาแฟมงคล" มาเป็น "O's Coffee" โดยคุณโอปอล์ ปาณิสรา ผู้ก่อตั้งมาโพสต์แจ้งข่าวทั้งใน facebook และ instagram ด้วยตัวเองดังที่เห็นในภาพด้านบนนี้ ซึ่งถ้าจะถามผมในเรื่องนี้ผมเองคงไม่มีความคิดเห็นอะไรเพระาเนื่องจากว่าทางคุณโอปอล์เองก็แจ้งให้ทราบค่อนข้างชัดเจนออยู่แล้วดังนั้นคงเป็นเรื่องของตัวบทกฏหมายที่ทั้งสองฝ่ายคงต้องดำเนินการต่อไป อีกทั้งผมเองก็เป็นแฟนที่เคยติดตามทานกาแฟมงคลตั้งแต่สมัยเมื่ออยูบริเวณใกล้ๆ หน้าถนนจนกระทั่งย้ายไปอยู่ด้านใน (ติดตามได้จากรีวิว Cupping Street : มงคลทางรสชาติกับกาแฟมงคล ) ซึ่งร้านกาแฟมงคลนั้นถือเป็นร้านกาแฟร้านแรกที่ทาง Blog เรารีวิวดังนั้นเมื่อเขาเปลี่ยนใหม่เป็น O's Coffee ในฐานะแฟนพันธุ์แท้จึงไม่พลาดไปเยี่ยมชม โดยสาขาที่ไปในวันนี้ก็คือสาขา Union Mall ชั้น 4 เพราะเนื่องจากว่าขึ้นชื่อในเรื่องของขนาดพื้นที่นั่นเองครับ


       แทบไม่น่าเชื่อครับว่าแม้ว่าตัวร้านจะกว้างขวางแต่ก็มีการออกแบบกันได้อย่างลงตัว มีการใช้โทนสีที่เหมาะกับการเป็นร้านกาแฟแบบสบายๆ ซึ่งแรกเริ่มเดิมทีผมเองคิดว่าจะมีลูกค้าเต็มร้านหรือแต่สักพักคำตอบของคำถามผมก็มาถึงที่ครับเพราะมีคนมาเยี่ยมเยียนซื้อกาแฟกันอย่างต่อเนื่องจนทำให้ในที่สุดร้านที่ดูกว้างเริ่มเล็กลงไปถนัดตา



       มาถึงเรื่องของเครนต์เตอร์สั่งเครื่องดื่มและเมนูกันบ้างต้องบอกเลยครับว่าร้าน O's Coffee นั้นเขามีเครื่องดื่มมากมายให้ได้เลือกรับประทานกันแถมยังมีเครื่องดื่มใหม่ๆ ประจำเทศกาลและช่วงต่างๆ ให้ได้ลิ้มลองกันอีกด้วย ส่วนสนนราคานั้นก็ไม่ต้องกลัวว่าร้านใหญ่แล้วราคาจะแพงครับเพราะราคาก็อยู่เป็นมาตรฐานอยู่แล้ว ซึ่งสิ่งที่ผมชอบมากที่สุดก็คือการทำกาแฟแบบ Made By Order คือจะหวานมาก หวานน้อย หวานแค่ไหน มันอย่างไร บอกกับน้องๆ Barista ได้เขาทำให้เราได้หมดซึ่งนี่ถือว่าเป็นหนึ่งในคุณสมบัติของร้านกาแฟที่เอาใจใส่ลูกค้าครับ


       เมื่อมาถึงร้าน O's Coffee ก็ต้องสั่งกาแฟ O's Coffee มาลิ้มลองเพะาเนื่องจากว่ากาแฟชนิดนี้ถือเป็น signature ของทางร้าน โดยทางผมสั่งไปว่าหวานน้อยทางพนักงานเองก็ลดหวานให้ตามต้องการซึ่งเมื่อรับประทานแล้วต้องบอกว่าเป็นรสชาติที่ถูกปากจริงๆ ครับเพราะมีกลิ่นกาแฟ มีรสชาติกาแฟ แถมออกมันหน่อยๆ ซึ่งคาดว่าหากสั่งรสชาติแบบปกติน่าจะมีความหวานอยู่ในระดับที่พอดี ส่วนอีกอย่างหนึ่งที่ชอบเป็นพิเศษคือหากรับประทานในร้านก็จะเป็นแก้วแบบที่โชว์นี้และทางร้านเขามีกฏอยู่ข้อหนึ่งที่ควรรู้ไว้คือก่อนที่จะสั่งต้องพิจารณาให้ดีก่อนเพราะหากสั่งทานในร้านแล้วทานไม่หมดจะขอให้ไปใส่แก้วแบบ take home กลับบ้านไม่ได้ ซึ่งก็ถือเป็นเรื่องปกติที่ร้านกาแฟทั่วไปทำกันอยู่แล้วนั่นเองครับ


        ท้ายที่สุดนี้ก็คงไม่มีอะไรมากครับเพราะหลังจากที่ได้ดื่มด่ำกับกาแฟและบรรยากาศในร้านแล้วบอกได้คำเดียวครับว่าเป็นร้านกาแฟอีกร้านหนึ่งที่น่านั่ง เป็นร้านกาแฟที่เหมาะแก่การพักผ่อน คลายเครียด อย่างแท้จริง ซึ่งใครอยากรู้ว่าร้าน O's Coffee เขาดีจริงไหม ก็คงต้องไปทดสอบกันเอาเองครับที่ร้าน O's Coffee ชั้น 4 ห้างสรรพสินค้า Union Mall โซนอาหาร แต่สำหรับตัวผมแล้วนั้นบอกได้คำเดียวเลยว่า "อร่อย" และไม่ว่าจะเปลี่ยนไปอีกสักกี่ชื่อผมก็ยังคงตามไปชิมอย่างแน่นอน เพราะกาแฟที่ดีนั้นไม่ได้อยูที่ "ชื่อ" อะไรหากแต่อยู่ที่ว่าเป็น "ของใคร" และ "มืออาชีพ" แค่ไหนต่างหากครับ



                                                                                                                        กาลาโต้

        ปล.สำหรับใครที่เล่น instagram สามารถติดตามเราเพิ่มเติมได้นะครับที่ @coffeenity หรือจะติดตามเราผ่านทางเฟสบุค www.facebook.com/kafeme หรือทาง Twitter : @9galato ก็ได้ครับส่วนช่อง Kafeme TV ของเราใน Youtube ตอนนี้ก็พยายามอัพเรื่อยๆ ครับ



วันพฤหัสบดีที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2557 | By: กาลาโต้

Outside World : Coffee Passport กิจกรรมดีๆ ของคอกาแฟที่ไม่ควรพลาด



       หากใครก็ตามที่ติดตามเรื่องราวที่ผมเขียนมาโดยตลอดคงมักจะเคยเห้นผมกล่าวถึงเรื่อง "กาแฟ" กับ "การเดินทาง" อยู่บ่อยๆ ว่ามีส่วนที่เหมือนกันอยู่คือหากเราเข้ามาสู่โลกของกาแฟแล้วเราก็มักจะกลายเป็นนักเดินทางท่องเที่ยวไปโดยปริยายเพราะเรามักจะเดินและตระเวนหาร้านกาแฟต่างๆ เพื่อเสพสนองความต้องการอยู่เสมอๆ นี่แหละครับเป็นสาเหตุที่ผมว่ากาแฟกับการเดินทางนั้นมีจุดร่วมที่เหมือนกัน

        ผมเชื่อว่าคงไม่มีคอกาแฟคนใดที่นั่งทานกาแฟอยู่ร้านใดร้านหนึ่งอย่างเดียวตลอดทั้งชีวิตเป็นแน่แท้ ความสุขอย่างหนึ่งของคอกาแฟก็คือการได้ออกไปลิ้มรสกาแฟใหม่ ณ สถานที่ใหม่ๆ การเก็บเกี่ยวรสชาติกาแฟไปพร้อมๆ กับบรรยากาศในร้านนั่นแหละครับคือความสุขที่สุดของคนรักกาแฟ

       หลายครั้งเลยทีเดียวที่เราถ่ายรูปบบรยากาศร้านเพื่อเก็บเอาไว้เป็นความทรงจำ ถ่ายรูปถ้วยกาแฟแล้วอัพสถานะขึ้น Social Network ไม่ว่าจะเป็น Facebook Twitter หรือแม้แต่กระทั่ง Instagram เพื่อบอกให้โลกได้รู้ว่า "ร้านนี้น่ะฉันเคยมาลองแล้วนะ" นั่นก็คืออีกหนึ่งกิจวัตรสำหรับคนรักกาแฟและในวันนี้ผมเองก็มีอีกหนึ่งกิจกรรมดีๆ ที่คนรักกาแฟทุกคนไม่ควรพลาดรวมถึงตัวผมเองด้วยนั่นก็คือ "Coffee Passport" นั่นเองครับ

       

       Coffee Passport เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมดีๆ ที่ทางนิตยสารกาแฟอย่าง Coffee Traveler จัดขึ้นมาในวาระที่นิตยสารของเขามีอายุครบ 2 ปีและกำลังจะก้าวขึ้นสู่ปีที่ 3 ด้วยแนวคิดที่ว่าในเมื่อคนส่วนใหญ่ที่ชอบทานกาแฟก็มักจะเดินทางเพื่อไปหาร้านกาแฟอร่อยๆ ทานอยู่แล้วดังนั้นทำไมเราจึงไม่คัดเลือกร้านดีๆ เพื่อให้คนรักกาแฟเหล่านี้ไปลิ้มรสกันล่ะ จึงได้มีการคัดเลือกร้านกาแฟจากทั่วประเทศจำนวน 12 ร้านขึ้นมาเพื่อแนะนำให้คนรักกาแฟทุกคนได้มีโอกาสไปลิ้มลองกันและเพื่อให้เหมาะสมกับการเป็น Coffee Traveler จึงได้มีการทำ Passport สำหรับคนรักกาแฟขึ้นมาโดยเมื่อเราไปใช้บริการยังร้านกาแฟทั้ง 12 ร้านนั้นเราก็จะปั๊มตราร้านลงใน Coffee Passport ซึ่งเมื่อประทับตราครบทั้ง 12 ร้านแล้วก็สามารถนำไปแลกของรางวัลได้ซึ่งมีตั้งแต่ครื่องชงกาแฟ Gift Voucher เมล็ดกาแฟคุณภาพ คอร์สเรียนชงกาแฟ ห้องพักรีสอร์ทหรู และก็ Temper สวยๆ รวมถึงของรางวัลอื่นๆ อีกมาก ซึ่งหากเราไม่ต้องการแลกก็สามารถเก็บ Passport ตัวนี้เอาไว้เป็นที่ระลึกก็ได้ครับ

       จุดเด่นอีกประการหนึ่งที่ทำให้ผมชอบเจ้า Coffee Passยort เล่มนี้ก็คือเขามีการจำลองให้เหมือนกับ Passport จริงๆ ด้วยการมีการติดรูปถ่ายพร้อมชื่อ นามสกุลของเรา ไว้ในเล่ม เพื่อให้รู้ว่าเราเป็นเจ้าของตัวจริงอีกด้วยครับ

       มาถึงตอนนี้แล้วเชื่อว่าหลายคนคงอยากจะรู้ว่าทำอย่างไรจึงจะได้เจ้า Coffee Passport นี้มาครอบครองและมีค่าใช้จ่ายในการจัดทำอย่างไร ซึ่งตรงนี้บอกเลยครับว่า "ฟรี" ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้นเพียงแค่เข้าไปใน facebook ของ Coffeetraveler magazine แล้วอินบ็อกซ์ส่งรูปถ่ายของเรา แจ้งชื่อที่อยู่เพื่อให้ส่ง Passport กลับมาแค่นี้ก็รอรับอยู่ที่บ้านได้เลยครับ

       ใครที่สนใจก็สามารถขอทำ Coffee Passport ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปครับซึ่งผมเองก็ทำเรียบร้อยแล้ว ไม่แน่ครับว่าด้วย Coffee Passport นี้อาจทำให้เราได้มีโอกาสเจอกันที่ร้านใดร้านหนึ่งก็เป็นได้


                                                                                                          กาลาโต้
วันจันทร์ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2557 | By: กาลาโต้

Kafeme TV : ทางเลือกใหม่ของคนรักกาแฟ




       สวัสดีคนรักกาแฟทุกท่านครับ หากท่่านใดที่ติดตาม blog "เรื่องของคนรักกาแฟ" ของเรามาโดยตลอดคงพอจะทราบความเปลี่ยนแปลงของ blog เราที่พยายามสรรหาสิ่งดีๆ สิ่งใหม่ๆ ให้กับทุกท่านที่รักกาแฟได้รับทราบกันไม่ว่าจะเป็นข่าวสารต่างๆ ในวงการกาแฟที่มีสาระบ้างไม่มีสาระบ้าง, เฟสบุคแฟนเพจ "เรื่องของคนรักกาแฟ" ที่นำเสนอทุกเรื่องราวที่น่าสนใจอย่างแม่นยำฉับไวในวงการ social media และล่าสุดอีกขั้นหนึ่งของ blog เราที่ต้องการให้คนรักกาแฟทุกท่านได้ร่วมสัมผัสประสบการณ์กันนั่นก็คือ "Kafeme TV"



       ผมเชื่อเหลือเกินครับว่าบางครั้งคนรักกาแฟอย่างเราๆ ท่านก็อยากจะดูรายการที่เกี่ยวข้องกับกาแฟบ้างไม่ว่าจะเป็นรายการเกมส์โชว์ รายการ Reality Show รายการสารคดีหรือแม้แต่เรื่องราวอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับกาแฟ แต่ด้วยว่าบางคนอาจจะติดที่ว่าไม่รู้จะไปดูที่ไหน Channel ไหน ซึ่งต้องยอมรับครับว่าในบ้านเรา Channel ที่รวบรวมเฉพาะรายการกาแฟไว้มีน้อยถึงน้อยมากหรือบางคนที่บ้านอาจจะไม่ได้ติด Cable TV จึงทำให้ไม่มีโอกาสได้รับชม ดังนั้น Kafeme TV จึงถือกำเนิดขึ้นมาเพื่อตอบสนองความต้องการดังกล่าวของคนรักกาแฟทุกท่าน


       ใน Channel ของ Kafeme TV นั้นจะเป็นการนำเสนอเรื่องราวรายการต่างๆ ที่น่าสนใจในแวดวงกาแฟทั้งในและต่างประเทศให้คอกาแฟได้รับทราบซึ่งคลิปหรือรายการบางรายการที่นำมาลงนั้นเป็นรายการที่หาดูได้ยากหรือไม่มีให้ดูในช่องทางต่างๆ แล้วดังนั้นจึงหวังเป็นอย่างยิ่งครับว่า Kafeme TV จะเป็นอีกช่องหนึ่งสำหรับคนรักกาแฟทุกท่าน



       เมื่อพูดมาถึงตอนนี้แล้วหากใครต้องการที่จะรับชมรายการต่างๆ ในช่อง Kafeme TV บน Youtube ก็สามารถติดตามได้ "ที่นี่" ครับ และหากใครที่เป็นแฟนพันธุ์แท้กาแฟก็อย่าลืมกดติดตามหรือ Subscription ช่องของเราไว้เพื่อที่จะได้ไม่พลาดทุกข่าวสารของเราในอนาคตเพราะในอนาคตอันใกล้นี้ทางเราจะมีการผลิตรายการของเราออกมาเองและนำเสนอในเฉพาะ channel ของเราเท่านั้นอีกด้วยครับ

       สำหรับการติดตาม subscribe ช่องนั้นก็สามารถเข้าไปทำได้ใน Channel เลยหรือไม่ก็กดปุ่มในช่อง "ติดตามเราใน Kafeme TV" ทางด้านขวามือของ blog ได้เลยครับเพียงแค่นี้คุณก็จะเป็นสมาชิกช่อง Kafeme TV แล้ว (ขอบอกครับว่าในอนาคตอาจจะมีคลิปรายการกาแฟหรือรายการกาแฟเฉพาะเจาะจงหายากที่จำกัดให้ดูได้เฉพาะสมาชิกช่องเท่านั้น ดังนั้นสมัครติดตามช่องไว้ไม่เสียหายอย่างแน่นอน)

       วันนี้เราพร้อมแล้วสำหรับ "Kafeme TV" ครับ!

                                                                                                                     กาลาโต้
วันอาทิตย์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 | By: กาลาโต้

Blend Storming : งานเข้า Mezzo Coffee! เพราะระบบไม่ดีหรือว่าเป็นที่พนักงาน



       สวัสดีคนรักกาแฟทุกท่านครับ หากยังพอจำกันได้มีหลายครั้งเลยทีเดียวที่ผมได้กล่าวถึงร้านกาแฟกับการให้บริการว่าเป็นสิ่งที่ค่อนข้างสำคัญมากที่สุดในธุรกิจนี้จนถึงขนาดกล้าที่จะกล่าวว่าร้านกาแฟจะรวยหรือจะเจ๊งก็อยู่ที่พนักงานและการบริการนั่นแหละครับ ดังนั้นร้านกาแฟส่วนใหญ่ที่มีมาตรฐานจึงมักมีการอบรมพนักงานก่อนการปฏิบัติงานจึงเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดแต่ถึงอย่างไรก็ตาทีมันก็อาจจะมีบ้างที่หลุดรอดสายตาออกมาแต่มันก็ไม่น่าจะเป็นปัญหาถ้าหากไม่มีคนร้องเรียนแต่สำหรับกรณีที่ผมจะพูดถึงต่อไปนี้ต้องเรียกได้ว่า "งานงอก" ของจริงครับเพราะเรื่องที่เกิดขึ้นมันดันไปกระจายอยู่บนสื่อสังคมชุมชนออนไลน์ขนาดใหญ่อย่าง pantip เข้าเรื่องที่ว่าเล็กจึงกลายเป็นไฟลุกโดยปริยาย


       สำหรับเรื่องราวที่เกิดขึ้นนี้เกิดจากการที่ลูกค้าคนหนึ่ง (ซึ่งเป็นสมาขิกเว็บ pantip) ได้ไปใช้บริการร้านกาแฟ Mezzo Coffee สาขาเซ็นทรัลแจ้งวัฒนะโดยได้ใช้โปรโมชั่นที่ร้านร่วมกับ The 1 Card โดยใช้แต้ม 500 แต้มแลกกาแฟได้ 1 แก้ว ซึ่งเจ้าของกระทู้ก็ได้ใช้สิทธิ์ที่ควรได้ในตอนนั้นแต่กลับกลายเป็นว่าพนักงานทั้งร้านไม่สนใจ ไม่ใส่ใจราวกับว่าเป็นของฟรีไม่ได้เงินรวมไปถึงยังมีเหตุการณ์ที่บังคับให้เจ้าของกระทู้ต้องกดแลกคะแนนใหม่อีกรอบอีกด้วยดังนั้นจึงได้กลายมาเป๋นประเด็น talk of the town ใน pantip จนถึงขนาดเป็นกระทู้แนะนำเลยทีเดียวเชียวครับ



       ประเด็นในเรื่องนี้มีความน่าสนใจอยู่อย่างหนึ่งซึ่งก็คือถึงแม้ว่าในเรื่องของการบริการของพนักงานที่สมาชิกอีกหลายๆ คนกล่าวตรงกันว่าไม่ค่อยมี service mind เท่าที่ควรก็ตามทีแต่สิ่งหนึ่งที่มีส่วนทำให้กลายเป็นปัญหา เป็นเรื่องรางขึ้นมาก็คือการกดแลกคะแนนแล้วมีข้อความตอบรับขึ้นมาซึ่งไม่ใช่ sms ซึ่งหากเผลอกดปิดไปก่อนที่พนักงานจะจดเสร็จหรือพนักงานขอดูอีกครั้งเป็นอันจบเห่ครับเพราะข้อความตรงนั้นจะหายไปในทันที ไม่สามารถเรียกกลับมาดูได้อีกครั้ง (ซึ่งในเรื่องนี้ผมเองก็เคยเจอกับตัวตอนไปใช้สิทธิ์ลด 5 บาทที่ร้านกาแฟในปั๊มน้ำมันเจ้าหนึ่งแต่ดันเผลอคิดว่าพนักงานจดไปแล้วจึงปิดปรากฎว่าพนักงานยังไมไ่ด้จดเลยกดอีกทีคราวนี้ขึ้นว่าใช้สิทธิ์ไปแล้วให้รออีก 15 วันจึงใช้ได้ ทำให้ต้องจ่ายเงินเต็มไปตามระเบียบ) ปัญหาตรงนี้ควรจะแก้อย่างไรเพราะผมเชื่อว่าหลายคนคงต้องเคยประสบปัญหาเช่นนี้อย่างแน่นอน บางคนอาจจะแนะนำว่าให้พนักงานกดเองจะได้ไม่มีปัญหา หรือบางคนบอกว่าใช้วิธีการ Cap หน้าจอไว้เพื่อเป็นหลักฐานซึ่งวิธีหลังนี้ต้องบอกว่าร้านหลายร้านไม่ยอมรับครับหาว่าเป็นการนำสิทธิ์มาใช้ซ้ำ ๆ ดังนั้นหากทางเจ้าของโปรโมชั่นมีวิธีที่รัดกุมมากกว่านี้ก็น่าจะช่วยลดปัญหาเดิมๆ ที่เกิดขึ้นบ่อยๆ ไปได้บ้างไม่มากก็น้อยครับ

       เรื่องดราม่าที่ว่าจะจบลงเช่นไรก็คงต้องติดตามกันต่อไปและหากใครอยากอ่านเรื่องแบบเต็มๆ ก็ตามไปอ่านต่อได้ ที่นี่ ครับ

                                                                                                                     กาลาโต้
วันพุธที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 | By: กาลาโต้

PR News : ชุ่มฉ่ำรับหน้าฝนกับ 2 เมนูใหม่ที่ The Coffee Bean & Tea Leaf®


       ถึงแม้ว่า The Coffee Bean & Tea Leaf เขาจะมีชื่อเรื่องกาแฟระดับพรีเมียมก็ตามทีแต่เรื่องของชาของเขาก็ไม่เป็นรองใครเลยนะครับ เรียกได้ว่าหากได้ลิ้มลองแล้วจะติดใจ ซึ่งในเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นเดือนส่งท้ายฤดูร้อน ต้อนรับฤดูฝนที่ชุมฉ่ำนี้ ทาง The Coffee Bean & Tea Leaf เขาก็ได้ออกสุดยอดเครื่องดื่มประจำฤดูขึ้นมา 2 เมนูด้วยกันได้แก่ Sparkling Peach Bellini และ Sparkling Raspberriteani ครับ


              Sparkling Peach Bellini นั้นเป็นเครื่องดื่มชาที่ใส่ไอเดียเก๋ไก๋ตามแบบฉบับของเครื่องดื่มสุดชิค อย่างเบลลินี่ มีความหอมละมุนของชา Apricot Ceylon ที่เข้ากันได้ดีกับเนื้อพีชเข้มข้น ทำให้ชวนสดชื่นกระฉับกระเฉงปลุกพลังในร่างกาย คลายร้อนได้แบบไม่เหมือนใคร


       ส่วนเจ้า Sparkling Raspberriteani นั้นเป็นเครื่องดื่มอีกตัวที่หยิบเอาความละมุนเคลิบเคลิ้มคลาสสิคในสไตล์มาร์ตินี่มารวมไว้ด้วยกันแต่ได้เพิ่มความหอมหวานซ่อนเปรี้ยวแสนเก๋จากเนื้อราสเบอร์รี่เข้มข้นที่เข้ากันได้ดีกับชา Tropical Passion เข้าไป รับรองได้ว่าอร่อยจนอยากจะสั่งเพิ่ม

       ถึงแม้ว่าผมเองจะเป็นคนที่ไม่ชอบทานชาแบบนี้มากมายสักเท่าไหร่นักก็ตามทีแต่เมื่อได้ลิ้มลองและสัมผัสแล้วต้องบอกว่าเป็นการเปิดประสบการณ์ทางรสชาติใหม่ๆ ให้กับชีวิตจริงๆ ครับ เอาเป็นว่าหากใครอยากมีประสบการณ์ร่วมเช่นนี้เชิยไปลิ้มลองกันได้ที่ร้าน The Coffee Bean & Tea Leaf  ทุกสาขาทั่วประเทศไทยได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปแต่ต้องรีบกันหน่อยนะครับเพราะเมนูพิเศษนี้มีเพียงแค่ถึงสิ้นเดือนพฤษภาคมนี้เท่านั้น ช้าหมด อดแน่นอนครับ!

                                                                                                 

                                                                                                                 กาลาโต้


       ปล. มีข่าวฝากมาว่าวันที่ 8 พฤษภาคม นี้ The Coffee Bean & Tea Leaf  เขาเปิดสาขาใหม่ที่ Central Embassy ซึ่งสาขานี้จะมีรูปแบบที่แปลกตาไปจากสาขาอื่นๆ ทั่วไป ท่านที่สนใจเชิญไปเยี่ยมเยียนกันได้ครับ



     
วันศุกร์ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2556 | By: กาลาโต้

10 เรื่องเด่นของวงการกาแฟไทยปี 2556 (ตอนจบ)



       ผ่านพ้นไปแล้วกับ 5 อันดับแรกเรื่องเด่นในวงการกาแฟไทยปี 2556 เป็นอย่างไรกันบ้างครับคุ้นเคยกับข่าวเหล่านั้นกันบ้างหรือไม่หากคิดว่ายังไม่ฮิต ยังไม่เด่น ไม่ถึงใจพอ เราลองมาดูอีก 5 อันดับ Top 5 ที่เหลือกันดีกว่าครับ


อันดับที่ 5 : สูงสุดคืนสู่สามัญจากการชมเครื่องกลับสู่การชงมือ

       ถือว่าเป็นปีแห่งการกลับมาอีกครั้งสำหรับการชงกาแฟสดด้วยวิธี Drip อันเป็นวิธีโบราณก่อนที่จะมีเครื่อง Espresso Machine ซึ่งในปัจจุบันมีร้านกาแฟหลายร้านได้นำเอาวิธี Dripped Coffee มาเป็นจุดขายของทางร้านอย่างเช่น ร้าน Gallery กาแฟดริปบริเวณชั้นหนึ่งหอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร หรือแม้แต่ร้านกาแฟวยักษ์ใหญ่อย่าง Starbucks บ้านเราในบางสาขาก็เปิดมุมสำหรับกาแฟดริปเพื่อให้ผู้ดื่มกาแฟได้มีประสบการณ์กาแฟร่วมกัน


อันดับที่ 4 : รายการกาแฟ...บ้านเราก็มีนะ!!!

       เริ่มค่อนข้างเป็นมาตรฐานระดับโลกไปทุกทีแล้วครับสำหรับวงการกาแฟบ้านเราเพราะในปีนี้บ้านเรายังคงมีรายการที่เกี่ยวข้องกับกาแฟมาให้ดูกันมากขึ้นแม้ว่าจะยังไม่โดดเด่นเท่าของต่างประเทศแต่ก็ถือเป็นการเปิดวิสัยทัศน์โลกของกาแฟให้คนทั่วไปได้รับรู้ไม่ว่าจะเป็นรายการ TrueCoffee Barista Thailand Championship ของ True หรือรายการกาแฟน้องใหม่ที่ฉายทาง Cable อย่าง Coffee Model ซึ่งทั้งสองรายการนี้ถือว่าเป็นรายการกาแฟที่ดีมากๆ ในขณะนี้ติดแต่เพียงแค่ว่าเป็นรายการที่ไม่ได้ฉายตาม Free TV ทั่วไปดังนั้นบ้านไหนที่ไม่ติด Cable TV จึงอดดูไปตามระเบียบ


อันดับที่ 3 : ช้าง (ตรู) อยู่นี่!!!!

       ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาหากพูดถึงกาแฟที่มีราคาแพงที่สุดในโลกต้องยกให้กาแฟขี้ชะมด แต่มาปี 2556 นี้ตำแหน่งกาแฟที่แพงที่สุดในโลกนี้ต้องยกให้ "กาแฟขี้ช้าง" ครับซึ่งกาแฟขี้ช้างนั้นมีสนนราคาแพงกว่ากาแฟขี้ชะมดถึงเท่าตัวเลยทีเดียวโดยกาแฟขี้ชะมดราคาจะอยู่ที่ประมาณ 600 เหรียญดอลลาร์สหรัฐอเมริกาต่อหนึ่งกิโลกรัมในขณะที่กาแฟขี้ช้างนั้นจะอยู่ที่ราคาประมาณ 1,100 เหรียญดอลลาร์สหรัฐอมเริกาต่อหนึ่งกิโลกรัม


อันดับที่ 2 : สตาร์บัคส์ สตาร์บัง

       สำหรับอันดับที่ 2 นี้ต้องถือว่าเป็นเรื่องสะเทือนเลื่อนไปทั้งสามโลกของวงการกาแฟไทยเลยครับเพราะไม่ว่าจะเป็นสื่อวิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์แม้แต่โลกอินเตอร์เน็ตต่างก็ติดตามข่าวการที่ร้านกาแฟเงือกเขียว Starbucks ประจำประเทศไทยฟ้องร้านกาแฟข้างถนนอย่าง Starbung Coffee เรื่องการใช้โลโกลอกเลียนแบบตราสินค้าของ Starbucks ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นการเชือดไก่ให้ลิงดู ถึงแม้ว่างานนี้จะจบลงด้วยการที่กาแฟ Starbung ยอมเปลี่ยนโลโกแต่ก็ทำให้มีมาม่าของคนในวงการกาแฟทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกันไปพักใหญ่ๆ เลยครับ


อันดับที่ 1 : กาแฟถุงกระดาษ!!!

       ตำแหน่งอันดับที่ 1 ของปี 2556 ต้องยกให้เจ้านี่เลยครับ "กาแฟถุงกระดาษ" ที่ไม่ว่าจะเดินไปที่ไหนตรงไหน จังหวัดไหน มีระบาดแพร่หลายและขายไปทั่ว มีทั้งทำเอง มีทั้งซื้อแฟรนไชส์มาขาย เรียกได้ว่าหันไปที่ไหนก็เจอ ซึ่งแท้จริงแล้วเจ้ากาแฟถุงกระดาษนี้ก็คือกาแฟโบราณนั่นเองครับทำมาแปลงโฉมใหม่ให้ดูเก๋ไก๋พร้อมชูจุดเด่นคือการเก็บความเย็นได้นานเป็นพิเศษจึงทำให้เกิด Trend ใหม่ถือกาแฟถุงกระดาษแทนแก้วกาแฟสดกันเกลื่อนบ้านเกลื่อนเมืองอยู่ในขณะนี้

       ทั้งหมดนี้ก็คือ 10 อันดับเรื่องเด่นยอดฮิตของวงการกาแฟในปี 2556 ซึ่งปี 2556 ที่กำลังจะผ่านพ้นไปนี้ขอให้ทุกข์ โศก โรคภัย ของคนรักกาแฟทุกๆท่านจงหายไปกับปีเก่า ส่วนโชคลาภ ทรัพย์สิน เงินทองขอจงไหลเข้ามาสุ่ทุกท่านพร้อมๆ กับปี 2557 นี้นะครับแล้วพบกันใหม่อีกที ปีม้า ปี 2557 ครับ


                                                                                                                  กาลาโต้

วันพฤหัสบดีที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2556 | By: กาลาโต้

10 เรื่องเด่นของวงการกาแฟไทยปี 2556 (ตอนแรก)



       สวัสดีพี่ๆ เพื่อนๆ คนรักกาแฟทุกท่านครับอีกไม่กี่วันนับจากนี้ปี 2556 ก็กำลังจะผ่านพ้นไปและก้าวเข้าสู่ปีใหม่ ปี 2557 ในปีนี้ใครที่ยังไม่ได้ทำตามที่หวังไว้ก็ไม่เป็นไรนะครับเปิดมาฟ้าใหม่ในปี 2557 ก็ยังไม่สายเกิดไป ขอเพียงแค่ "เริ่ม" ที่จะ "ทำ" เท่านี้ก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว
       สำหรับ Entry ท้ายปีอย่าง Entry นี้และ Entry ถัดไปจะเป็นเรื่องราวที่ผมได้รวบรวมเอา 10 ข่าวเด่นๆ ในวงการกาแฟของปี 2556 มาให้ทุกท่านได้ดูกันนะครับว่าในปี 2556 นี้มีเรื่องราวอะไรในแวดวงกาแฟบ้างซึ่งต้องบอกก่อนว่าทั้ง 10 อันดับนี้เป็นแค่ความคิดเห็นส่วนตัวนะครับไม่ได้มีการโหวตหรือจัดอันดับจากใครเอาเป็นว่าเป็น "กาลาโต้ โพล" ละกันครับ @^_^@


อันดับที่ 10 : ภาพยนตร์กาแฟ "Coffee Please"

       นับตั้งแต่ภาพยนตร์แนวกาแฟอย่างเรื่อง Bitter Sweet ที่นำแสดงโดยมะหมี่แล้วช่วงที่ผ่านมาก็ยังไม่เห็นมีภาพยนตร์ที่มีแนวธีมของกาแฟออกมาในจอเงินเลย จะมีก็แต่ซีรียส์ Coffee Prince ในช่อง Cable TV ของทาง True เท่านั้นจนกระทั่งในช่วงปลายปีนี้จึงมีภาพยนตร์เรื่อง "Coffee Please แก้วนี้หัวใจสั่น" ออกมาให้พอแก้คิดถึงได้บ้าง  สำหรับเนื้อหาของภาพยนตร์เรื่องนี้คงไม่ต้องกล่าวถึงเพราะเนื่องจากว่าคอกาแฟทั้งหลายคงมีโอกาสได้ดูบ้างแล้วแต่สำหรับรายได้นั้นคงต้องเรียกได้ว่าไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควรแต่ก็ถือเป้นนิมิตหมายที่ดีที่ในวงการภาพยนตร์ในบ้านเรามีพัฒนาการขึ้นไปอีกขั้น


อันดับที่ 9 : Barista สุดหล่อบนโลกออนไลน์

       อันดับที่ 9 นี้ถือว่าเป็นกระแสอยู่พักใหญ่เลยครับบนโลกออนไลน์เกี่ยวกับพนักงาน Barista ของร้าน Starbucks ที่มีผู้ไปใช้บริการแล้วเห็นความน่ารักของน้องคนนี้เลยมีการนำมาแชร์ นำมาถามกันบน Social Network ซึ่งมีทั้งคนชื่นชมและคนว่ากล่าวไปตามระเบียบโดยแฟนคลับของน้องก็จะเชียร์สุดตัวแต่ในขณะที่คนไม่ใช่แฟนคลับก็จะบอกว่า Barista หน้าตาดีกว่านี้ก็มีให้เห็นอีกเยอะถึงขนาดเกิดมาม่าในเว็บบอร์ดหลายๆ บอร์ดซึ่งก็สร้างความคึกคักให้วงการกาแฟได้พักใหญ่เลยครับ


อันดับที่ 8 : การบุกตลาดกาแฟพรีเมี่ยมของ CP All
       .
       ในปัจจุบันนี้เรามักจะได้เห็นมุมกาแฟสดในร้านสะดวกซื้ออย่าง 7-11 มากขึ้นซึ่งนั่นเป็นผลงานการแตกหน่อขยายไลน์การทำธุรกิจของ CP All เพื่อหวังจะแย่งชิงตลาดกาแฟสดระดับกลางให้เป็นของตนซึ่งก็นับว่าได้ผลครับเพราะคนส่วนใหญ่หันมาใช้บริการกาแฟสด Kudsan มากกว่ากาแฟกดตามตู้กด อีกทั้งในปี 2556 CP All ยังบุกตลาดใน section นี้อย่างหนักด้วยการขยายจุดของกาแฟสดในร้าน 7-11 ให้เพิมมากขึ้นกว่าเดิมอีก 2 เท่่าตัวแถมยังชิมลางด้วยการเปิดร้านกาแฟพรีเมี่ยมแบบ Stand Alone โดยใช้ชื่อแบรนด์ว่า "Bellinee's" ซึ่งการกระทำในครั้งนี้เขย่าวงการตลาดกาแฟสดระดับการให้สะเทือนได้พอสมควรเลยครับ


อันดับที่ 7 :การกลับมาของกลยุทธ CRM และ Brand Awareness

       ในอดีตที่ผ่านมาสำหรับร้านกาแฟสดทั่วๆ ไปเราจะได้เห็นกลยุทธการสร้าง Brand Royalty และ Brand Awareness ด้วยกลยุทธยอดฮิตอย่างบัตรสะสมแต้ม 10 แถม 1 หรือในแบรนด์ใหญ่ก็จะเป็นประเภทบัตรสมาชิกเพื่อเป็นการสร้าง Brand Royalty และ CRM แต่สำหรับปี 2556 นี้ร้านกาแฟส่วนใหญ่เริ่มหันกลับมาใช้กลยุทธการสร้าง CRM, Brand Royalty และ Brand Awareness ของตนมากขึ้นกว่าเดิมด้วยการหาพันธมิตรมาร่วมกับตนเช่น ร้าน Cafe Amazon ซึ่งเป็นหนึ่งในไลน์ธุรกิจของ PTT ได้ร่วมกับเครือ PTT ทำโปรโมชั่นร่วมกับบัตร PTT Blue Card ซึ่งได้รับทั้งเสียงชมและเสียงด่าพอๆ กัน, McCafe ซึ่งเป็นหนึ่งในธุรกิจของร้านฟาสต์ฟู้ดชื่อดังอย่าง McDonalds ได้ร่วมมือกับ Rabbit ออกบัตร McCafe Rabbit Card ที่นอกจากจะเป็นบัตรสมาชิกแล้วยังสามารถใช้เป็นบัตรโดยสาร BTS ได้อีกด้วย เป็นต้น ซึ่งต้องถือว่าปีนี้เป็นปีทองอีกปีหนึ่งของวงการกาแฟที่ได้มีการนำเทคโนโลยีอันทันสมัยต่างๆ มาผนวกกับกลยุทธทางการตลาดเพื่อสร้างฐานลูกค้าของตนให้มากและแน่นขึ้น


อันดับที่ 6 :ตื่นเถิดชาวไทย!!!

       ในสมัยก่อนการที่จะหาร้านกาแฟสดรับประทานในยามค่ำคืนดูจะเป็นเรื่องที่ยากกว่าการหาบะหมี่เกี๊ยวกินแก้หิวในตอนกลางคืนเสียอีกเพราะเนื่องจากว่าในประเทศไทยนั้นการดื่มกาแฟในยามค่ำคืนยังไม่เป็นที่นิยมเท่าที่ควรในสมัยนั้นเท่าที่เห็นร้านกาแฟที่เปิด 24 ชั่วโมงก็คงจะมีแค่เพียงร้าน Coffee Society บริเวณสีลมเท่านั้นแต่ในปัจจุบันร้านกาแฟที่เปิด 24 ชั่วโมงเริ่มมีมากขึ้นตั้งแต่ร้านกาแฟสดขนาดเล็กอย่าง Kudsan ที่อยู่ใน 7-11 เรื่อยไปจนถึงร้านกาแฟขนาดใหญ่อย่าง Mc Cafe หรือร้าน Too Fast To Sleep ที่มีจุดเด่นคือเป็นร้านที่ไม่มีวันปิดดังนั้นโลกกาแฟในยุค 2556 นี้จะไม่มีวันหลับไหลอีกต่อไปแล้วครับ

       เป็นอย่างไรกันครับกับ 5 อันดับแรกสำหรับเรื่องเด่นในวงการกาแฟบ้านเราในปี 2556 ยังเหลืออีก 5  อันดับที่ถือเป็นข่าว Top 5 ในใจผมซึ่งต้องขอยกยอดกันไปในตอนหน้าครับ สวัสดีครับ

                                                                                                                       กาลาโต้

วันพฤหัสบดีที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2556 | By: กาลาโต้

Blend Storming : ฤดูกาล True Barista Championship เริ่มต้นแล้ว!!!


       ภายหลังจากที่ True Coffee ประสบความสำเร็จในการจัดการแข่งขันหาผู้จัดการร้าน True Coffee ในรูปแบบการแข่งขันแบบ Reailty มาถึง 2 ปีซ้อนในปีนี้ทาง True Coffee ก็ได้มีการแข่งขันที่น่าตื่นเต้นมาให้บรรดาคอกาแฟได้สนุกสนานและลุ้นอยู่หน้าจอด้วยความตื่นเต้นกันอีกกับการแข่งขัน True Coffee Barista Thailand Championship ครั้งที่ 1 โดยครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่นำเอา Barista ของร้าน True Coffee ทั่วประเทศมาแข่งขันกันเพื่อค้นหาความเป็นสุดยอด Barista ของ True Coffee เพียงหนึ่งเดียว

       แน่นอนครับว่ารายการแนวนี้ของ True ก็คงจะเหมือนกับรายการอื่นๆ ที่นำเอาความเป็น Reality มาเป็นจุดขายรวมไปถึงการให้ Vote หรือเลือก Vote ตามแบบ Pattern เดิมๆ ที่ยังคงได้ผลอยู่เสมอแต่หากมองในมุมมองของคอกาแฟแล้วการแข่งขัน Barista Championship ในครั้งนี้ก็ถือเป็นการเปิดโอกาสใหม่ๆ ให้กับวงการกาแฟ เป็นการนำเสนอ ส่งเสริมและยกระดับวงการ Barista ให้มีมาตรฐานมากขึ้น (ถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงแค่ Barista ของ True Coffee เท่านั้นก็ตามครับ) และเชื่อว่าหากได้รับการตอบรับที่ดีก็คงมี season ต่อๆ มาอย่างแน่นอน

       ส่วนรายการจะดีหรือไม่ดีอย่างไร จุดอ่อนจุดแข็งรายการดีแค่ไหนคงต้องลองไปติดตามกันเองครับทาง True Vision ช่อง 10 โดยจะออกอากาศสดทุกวันศุกร์ตั้งแต่เวลา 21.00-22.00 น.เป็นเวลา 8 สัปดาห์ติดต่อกัน โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 6 ธันวาคม 2556 นี้เป็นต้นไป ส่วนในวันอื่นๆ แม้จะไม่มีการแข่งขันสดก็จะมีไฮไลท์ของผู้เข้าแข่งขันมาให้ชมตลอดครับ

                                                                                                                     กาลาโต้
วันอาทิตย์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2556 | By: กาลาโต้

Cupping Street : Star Back Cafe...ความเหมือนที่แตกต่าง


       สวัสดีครับชาวคนรักกาแฟทุกท่าน หากใครที่ติดตามข่าวสารกรณีพิพาทจนเป็นเรื่องเป็นราวฟ้องร้องกันระหว่างร้านกาแฟเงือกเขียวแบรนด์ดังอย่าง Starbucks กับกาแฟรถเข็น Star Bung เรื่องโลโก้หรือเครื่องหมายการค้ามาโดยตลอดคงจะทราบผลสรุปแล้วด้วยการที่ Star Bung ยอมเปลี่ยนโลดก้แต่ก็ยังไม่วายกระแนะกระแหนกาแฟยักษ์ใหญ่ซึ่งที่จริงก็น่าเห็นใจอยู่นะครับแต่ในโลกธุรกิจนั้นบางครั้งความถูกต้องก็ย่อมจำเป็นต้องอยู่เหนือความรู้สึก เอาเป็นว่าเราพักเรื่องนี้กันดีกว่าแล้วไปดูร้านกาแฟที่ผมจะนำเสนอใน entry นี้กันดีกว่าต้องเรียกได้ว่าเหยียบจมูกเสือเลยทีเดียวครับกับร้านกาแฟร้านนี้ "Star back Cafe"


       ร้าน Star Back Cafe ที่จะกล่าวถึงนี้ถึงแม้ว่าชื่อเสียงเรียงนามจะใกล้เคียงกันกับร้านกาแฟชื่อดังอย่าง Starbucks แต่ก็ไม่สามารถจะพูดได้เต็มปากว่าเป็นการ Copy ร้านกาแฟแบรนด์ดังมาเพราะเนื่องจากรายละเอียดทุกอย่างตั้งแต่โลโก้ไปจนการตกแต่งร้านทั้งภายนอก ภายในนั้นมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงดังนั้นจึงไม่สามารถฟ้องร้องเรื่องการเลียนแบบเพื่อการค้าเหมือนกาแฟ Star Bung ได้แต่ที่บอกว่าเหยียบจมูกเสือกก็เพราะร้าน Star Back Cafe นี้มีที่ตั้งอยู่ติดกันกับร้าน Starbucks เลยครับยิ่งมองจากด้านนอกอาคารยิ่งมองเห็นได้อย่างชัดเจน


       Theme การตกแต่งร้านของ Star Back Cafe นั้นเป็นการตกแต่งร้านให้เหมือนกับร้านสำหรับดาราโดยมีการนำเอาสเลทที่ผู้กำกับใช้ในการกำกับมาเป็นเครื่องมือในกาารตกแต่งร้าน นอกจากนี้ยังมีการ (แอบ) จิกกัดร้านกาแฟร้านข้างๆ (ที่คุณรู้ว่าใคร) ด้วยการนำเอาตุ๊กตาหมีน่ารักๆ มาวางโชว์ซึ่งผู้ที่มาดื่มกาแฟสามารถซื้อติดไม้ติดมือกลับไปบ้านเป็นของที่ระลึกได้อีกด้วยครับ


       อีกสิ่งหนึ่งที่ถือเป็นจุดเด่นของร้าน Star Back Cafe ที่ทำให้ร้านนี้โดดเด่น มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและเข้ากันกับชื่อร้านก็คือบริเวณข้างผนังจะมีแผ่นป้ายสี่เหลี่ยมสีทองติดอยู่ซึ่งแผ่นป้ายแต่ละอันก็จะมีลายเซ็นพร้อมก้บข้อความสั้นๆ ของดาราหรือนักแสดงที่มาใช้บริการร้านกาแฟร้านนี้และด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้ร้านกาแฟร้านนี้เป็นร้านกาแฟของ "ดารา" ไปโดยปริยาย (น่าเสียดายว่าไม่สามารถถ่ายรูปมาได้เพราะแสงแฟลชโดนแผ่นป้ายแล้วภาพออกมาจ้าเกินไปครับแต่ถ้าไปใช้บริการที่ร้านก็จะเห็นตามที่ว่าทุกประการ)


       เรื่องของการจัดร้านต้องยอมรับครับว่ามีการออกแบบร้านได้สวยงาม เป็นสัดส่วน มีทั้งโต๊ะขนาดเล็กสำหรับคนๆ เดียวเรื่อยไปจนถึงโต๊ะขนาดใหญ่รองรับคนที่มาดื่มกาแฟเป็นหมู่คณะโดยโต๊ะและเก้าอี้เหล่านี้มีการจัดวางอย่างเหมาะสมตามเนื้อที่ทำให้ไม่ดูอึดอัดจนเกินไป นอกจากนี้การจัดวางสิ่งของต่างๆ ก็ยังมีสไตล์เป็นของตัวเองอีกด้วย


       มาถึงหัวใจหลักซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของร้านกาแฟทุกร้านนั่นก็คือรสชาติของกาแฟครับ จากการได้ทดลองชิมโดยสั่งเป็น Iced Latte มาพบว่ารสชาติเป็นรสชาติกาแฟระดับมาตรฐานเช่นเดียวกันกับร้านกาแฟพรีเมี่ยมทั่วไปซึ่งหากเป็นคนที่กินกาแฟระดับพรีเมี่ยมอยู่บ่อยๆ แล้วคงจะชอบรสชาติแบบนี้ ส่วนสนนราคาก็มีหลากหลายครับโดยราคาเริ่มต้นอยู่ที่ใกล้ๆหลักร้อยเรื่อยไป ส่วนใครที่ดื่มกาแฟแล้วอยากหาเครื่องเคียงมาทานคู่ทางร้านก็มีไว้บริการด้วยเช่นกันแต่ขอแนะนำซาลาเปาของทางร้านครับขอบอกว่าทานคู่กับกาแฟอร่อยมากๆ


       แต่สิบปากว่าหรือจะสู้สองตาเห็นและไปทดลองสัมผัสด้วยตัวเองซึ่งหากใครอยากไปลิ้มลองรสชาติของกาแฟที่เคียงคู่กับซาลาเปาร้อนๆ และบรรยากาศที่เหมือนเฉิดฉายอยู่ดงดาราก็สามารถไปเยี่ยมชมกันได้ครับโดยร้าน Star Back Cafe นี้ตั้งอยู่ที่ห้าง MBK หรือมาบุญครองชั้น 1 อยู่ติดกับร้าน Starbucks พอดิบพอดีดังนั้นก่อนเข้าต้องดูให้ดีก่อนนะครับไม่เช่นนั้นอาจเข้าผิดก็เป็นได้ ฮา ฮา

                                                                 
                                                                                    กาลาโต้