แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ bookmark แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ bookmark แสดงบทความทั้งหมด
วันเสาร์ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2559 | By: กาลาโต้

Ristr8to : "เพราะการเป็นแชมป์ไม่ใช่เรื่องง่าย!!"

สวัสดีคนรักกาแฟทุกท่านครับ



ต้องสารภาพตามตรงว่าหนังสือ "Restr8to" ที่ผมนำมารีวิวในบทความตอนนี้เป็นหนังสือที่ค้างมาจากการซื้อในงานสัปดาห์หนังสือเมื่อปีที่ผ่านมาพอได้มาก็วางเอาไว้ไม่ได้สนใจจนกระทั่งช่วงนี้พอมีเวลาว่างจึงได้หยิบขึ้นมาอ่านจึงได้รู้ว่า "พลาดอย่างแรง" ที่ไม่ได้อ่านตั้งแต่ตอนต้นเพราะหนังสือเล่มนี้นั้นถือเป็นยาชูกำลังและสร้างกำลังใจให้กับผู้ที่มีความฝันเป็นอย่างดี

เมื่อเราพูดถึง Barista เชื่อว่าคอกาแฟทุกคนย่อมจะรู้ดีว่าหมายถึงพนักงานชงกาแฟแต่จะมีสักกี่คนกันครับที่รู้ว่า Barista นั้นต้อง "มี" อะไรที่มากกว่าการชงกาแฟ ไม่ว่าจะเป็นความรู้เรื่องกาแฟ ทักษะในการชงกาแฟ วิธีในการทำ Latte Art วิธีการจัดการกับลูกค้านานาประเภทและที่สำคัญที่สุดคือ "ต้องมีความฝัน"!!!



ผมรู้ดีครับว่าการที่คนตัวเล็กๆ สักคนหนึ่งจะฝันใฝ่ว่าอยากเป็นนักชงกาแฟหรือบาริสต้าระดับโลกมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยเพราะทุกอย่างในโลกนี้ "มันไม่มีอะไรที่ง่ายดายไปเสียทุกอย่าง" แต่เชื่อไหมครับว่าความฝันและความพยายามอย่างยิ่งยวดนั้นจะกลายเป็นแรงผลักดันให้คนๆ หนึ่งได้ก้าวขึ้นมาจนกระทั่งกลายเป็นแชมป์ลาเต้อาร์ตลำดับที่ 6 ของโลกและนี่คือเรื่องราวของ "อานนท์ ฐิติประเสริฐ" เจ้าของร้าน Ristr8to ที่บันทึกไว้ในหนังสือเล่มที่มีชื่อเดียวกัน

ผมเองไม่ขอเปิดเผยเนื้อในหนังสือเล่มนี้มากครับเพราะอยากให้ทุกท่านลองรู้จักเขาผ่านตัวหนังสือมากกว่าว่ามีความเป็นมาอย่างไรและกว่าที่จะก้าวไปถึงจุดนั้นเขาต้องพยายามแค่ไหนแต่ผมรับรองได้เลยครับว่าเมื่ออ่านจบเราจะได้รู้จักกับ "เขาคนนี้ในระดับหนึ่ง" ที่อาจจะเป็นแรงบันดาลใจให้ใครอีกหลายๆ คนลองลุกขึ้นมาทำสิ่งใหม่ๆ รวมไปถึงตัวผมด้วย



และหากใครอยากรู้เรื่องราวทางด้านวิชาการของกาแฟแล้วล่ะก็หนังสือเล่มนี้ก็มีสอดแทรกให้อ่านเป็นระยะๆ เพื่อเป็นการเปลี่ยนบรรยากาศด้วยครับ

ท้ายที่สุดนี้ผมเองขอปิดบทความที่ "ต๋อง" หรือ "อานนท์ ฐิติประเสริฐ" เจ้าของเรื่องได้พูดเอาไว้ในหนังสือเล่มนี้ว่า "บาริสต้าคือคนที่เชื่อมระหว่างกาแฟกับคนกินเข้าด้วยกัน" เพื่อใ้ห้แฟนานุแฟนของผมทุกท่านไปหาอ่านกันต่อว่าทำไม "ต๋อง" จึงเชื่อเช่นนั้น

สวัสดีครับ

                                                                                                            กาลาโต้
วันเสาร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2558 | By: กาลาโต้

ที่เรียกว่ากาแฟ.....ดริป



       สวัสดีครับทุกท่าน หากใครก็ตามที่เคยมีโอกาสได้อ่านบทความที่ผมเขียนถึงหนังสือเล่มหนึ่งของคุณภาณุ มณีวัฒนกุล ที่มีชื่อว่าอารมณ์กาแฟ ก็คงจะเคยได้ยินคำพูดๆ หนึ่งของที่ว่า “กาแฟนั้นก็เหมือนกับการเดินทางที่เมื่อติดใจแล้วก็ไม่คิดจะเลิกรา” ซึ่งในความเป็นจริงแล้วเจ้ากาแฟนั้นมันก็มีการเดินทางของมันครับ การเดินทางผ่านช่วงเวลาอันยาวนานตั้งแต่สมัยที่เด็กเลี้ยงแพะ Kaldi ค้นพบผลกาแฟเป็นครั้งแรกเรื่อยมาจนกระทั่งถึงปัจจุบันรวมระยะเวลากว่า 3,000 ปี แน่นอนครับว่าย่อมต้องผ่านอะไรมามากมายและหนึ่งในนั้นก็คือ “กาแฟดริป”

กาแฟดริปนั้นถือเป็นหนึ่งในวิวัฒนาการของวงการกาแฟที่ถือกำเนิดมากว่า 2,000 ปีโดยประมาณโดยวิธีการของมันก็คือการให้กระแสน้ำร้อนผ่านผงกาแฟที่บดแล้วทีละหยดรอเรื่อยไปจนกระทั่งได้กาแฟ 1 แก้วนั่นเองแต่ใครจะไปรู้ว่าการที่จะได้กาแฟดริปดีๆ สักแก้วนั้นตัวมันเองยังต้องมีองค์ประกอบอื่นๆ อีกมากไม่ว่าจะเป็นพันธุ์ของเมล็ดกาแฟ เครื่องบดกาแฟที่เราเรียกว่า Grinder เครื่องดริปกาแฟ อุณหภูมิของน้ำ ระยะเวลาในการดริป และอื่นๆ อีกมากมายดังนั้นกว่าจะได้กาแฟดริปสัก 1 แก้วนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

เพื่อนๆ รู้ไหมครับว่ากาแฟดริปหนึ่งแก้วนั้นสามารถเล่าเรื่องราวของการเดินทางได้มากมายซึ่งการเดินทางที่ผมว่านี้เป็นการเดินทางที่แท้จริงของเหล่านักแสวงหากาแฟดีๆ ที่เริ่มต้นตั้งแต่การเพาะปลูกเลยทีเดียวครับ ผมเองก็เพิ่งรู้เหมือนกันนะครับว่าลาวใต้นั้นก็ถือเป็นแหล่งกาแฟที่สำคัญแหล่งหนึ่งของโลก นอกจากนี้จะมีสักกี่คนที่รู้ว่ากาแฟจากปานามานั้นถือเป็นเกอิชาแห่งโลกกาแฟ และที่แน่ๆ คือเรื่องที่ยอดฮิตสุดๆ ที่มีแต่ประเทศไทยเท่านั้นก็คือ “เอสเปรสโซ่เย็น”

ทุกเรื่องที่ผมกล่าวมานี้มีคำตอบอยู่ในหนังสือ “ที่เรียกว่าการแฟดริป” ครับ!

“ที่เรียกว่ากาแฟดริป” เป็นหนังสือกาแฟเล่มล่าสุดที่เขียนโดยนักเดินทางผู้คลุกคลีอยู่ในวงการกาแฟดริปบ้านเราอย่างเกด-ริน ที่นำเสนอเรื่องราวต่างๆ ที่น่าสนใจของกาแฟดริปผ่านประสบการณ์ร้านกาแฟดริปชื่อดังและการเดินทางท่องเที่ยวเพื่อค้นหาเมล็ดพันธุ์กาแฟที่จะมาใช้ชงกาแฟดริปซึ่งต้องถือได้ว่าเป็นหนังสือกาแฟดีๆ อีกเล่มหนึ่งที่อ่านได้เรื่อยๆ สบายๆ แถมยังได้ความรู้เกี่ยวกับกาแฟดริปเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย

สำหรับเนื้อหาในเล่มก็จะเป็นเรื่องราววาไรตี้ทั่วไปที่เกี่ยวข้องกับกาแฟเช่นแหล่งปลูกกาแฟในบ้านเรา แหล่งปลูกกาแฟเพื่อนบ้าน เหตุผลที่คนต้องกินกาแฟ เรื่องราวของร้านกาแฟกับจักรยานที่ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกันแต่มันดันมาข้องเกี่ยว กาแฟดริปเย็น ฯลฯ ซึ่งผมเองรับรองได้เลยครับว่าสามารถอ่านจบได้โดยไม่น่าเบื่ออย่างแน่นอน

หนังสือ “ที่เรียกว่ากาแฟดริป” นี้จัดจำหน่ายโดยสำนักพิมพ์ Post Book ซึ่งเป็นเจ้าของเดียวกันกับหนังสือพิมพ์ Post Today และ Bangkok Post โดยสนนราคาค่าตัวของมันอยู่ที่ 250 บาท ซึ่งผู้ที่สนใจก็สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายหนังสือทั่วไปนับตั้งแต่บัดนี้ครับ

                                                                                                            กาลาโต้
วันจันทร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557 | By: กาลาโต้

The Bookmark : อารมณ์กาแฟ....



       สวัสดีครับคนรักกาแฟทุกท่าน หากผมจะบอกว่าหนังสือเล่มที่ผมจะแนะนำต่อไปนี้เป็นหนังสือที่ผมหามานานก็คงจะว่าได้่ไม่ผิดนัก เพราะที่ว่านานนั้นก็คือจำได้ว่าครั้งสุดท้ายก็สมัยตอนเรียนปริญญาตรี จำได้ว่าครั้งนั้นได้เข้าห้องสมุดแล้วได้อ่านนิตยสารแพรวฉบับหนึ่งเปิดไปเจอหน้าที่ "ภาณุ มณีวัฒนกุล" นักเขียนเชิงท่องเที่ยวได้เขียนไว้ในตอนที่เดินทางไปต่างประเทศซึ่งมีประโยคหนึ่งโดนใจมากก็คือ "กาแฟก็เหมือนกับการเดินทางที่เมื่อได้ลิ้มลองจนติดใจแล้วก็ไม่อาจที่จะเลิกราได้" อ่านแค่นั้นก็โดนเลยครับคิดจะหาบทความของนักเขียนท่านนี้มาอ่านแต่ด้วยความเป็นเด็กทำนู่น ทำนี่ก็ลืมๆ ไปแป๊บเดียวผ่านไปนานหลายปีเลยทีเดียว (ฮา ฮา)

       แต่เมื่อตอนต้นปีใหม่ที่ผ่านมามีสมาชิกมิตรรักแฟนเพจเรื่องของคนรักกาแฟ (http://www.facebook.com/kafeme) ท่านหนึ่งได้ส่งหนังสืออารมณ์กาแฟนี้มาให้ซึ่งพอดูหน้าปกกับชื่อคนเขียนแล้วอดีตที่เคยลืมเลือนก็กลับมาจนอดไม่ได้ที่จะต้องมาแชร์เรื่องราวในหนังสือเล่มนี้ให้แฟนานุแฟนคนรักกาแฟทุกท่านได้รับรู้เผื่อชอบใจจะได้มีโอกาสหามาอ่านกันครับกับหนังสือเล่มนี้ "อารมณ์กาแฟ"


       หนังสืออารมณ์กาแฟเล่มนี้เป็นหนังสือผลงานรวมเล่มจากนิตยสารแพรวที่ทาง ภาณุ มณีวัฒนกุล ได้เคยเขียนไว้เมื่อนานหลายปีมาแล้วโดยคัดเอาเรื่องราวการท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้องกับกาแฟของเขาที่เคยได้เขียนไว้หลายตอน หลายวาระ มารวมไว้ให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันได้อย่างลงตัว

       ต้องบอกกันก่อนครับว่าคุณภาณุ มณีวัฒนกุล ท่านนี้เป็นคนที่ชอบท่องเที่ยวเป็นชีวิตจิตใจดังนั้นหากใครก็ตามคิดว่าจะได้เห็นบทความประเภทที่ว่าพาแนะนำร้านกาแฟแบบเจาะลึกว่าร้านนั้นมีอะไรดี ร้านนี้มีอะไรอร่้อยก็คงต้องให้ผ่านไปครับเพราะเนื้อหาที่เขาเขียนนั้นล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องราวของการเดินทางที่โยงเข้ากับกาแฟทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นการเปรียบเปรยกาแฟ การเดินทาง และ หนังสือ ที่มีจุดร่วมกันที่ว่าเมื่อเราอ่านหนังสือจบก็ยัีงมีหนังสือเล่มใหม่ให้อ่าน เมื่อเราดื่มกาแฟแก้วนี้จนหมดก็ยังมีกาแฟแก้วต่อไปให้รอดื่ม การเดินทางก็เช่นกันเมื่อเราเดินทางสิ้นสุดก็ยังมีการเดินทางใหม่ๆ รอดให้เราได้ไปสัมผัส


       โดยส่วนตัวแล้วผมชอบหนังสืออารมณ์กาแฟเล่มนี้ค่อนข้างมากเพราะเนื่องจากว่าเป็นแนวการเขียนที่ไม่ค่อยซ้ำทางกับใครและอีกอย่างหนึ่งคือผมเชื่อว่าคนที่รักกาแฟนั้นส่วนใหญ่ก็มักเป็นคนชอบคิด ชอบเดินทาง รักอิสระกันอยู่แล้ว ดังนั้นการอ่านหนังสือเล่มนี้แกล้มกับกาแฟก็คงเปรียบได้กับการเปิดประตูไปสู่โลกภา่ยนอกให้เราได้รับรู้เรื่องราวใหม่ๆ โดยที่บางเรื่องนั้นเราอาจจะแทบอุทานเมื่ออ่านจบออกมาเลยว่า "มีร้านกาแฟแบบนี้มีด้วยหรือ" หรือไม่ก็  "เออแฮะแปลกดีนะ" เลยทีเดียวเชียวครับ

      แม้จะเป็นเรื่องดีที่ผมได้มีโอกาสอ่านและครอบครองเป็นเจ้าของหนังสืออารมณ์กาแฟเล่มนี้แต่ก็ต้องอาจจะบอกว่าเป็นเรื่องค่อนข้างที่จะโหดร้ายสำหรับคนที่กำลังคิดอยากจะอ่านหนังสือเล่มนี้สักหน่อยเพราะเนื่องจากว่าเล่มที่ผมได้มานั้นเป็นฉบับพิมพ์ครั้งที่ 4 ซึ่งตีพิมพ์ในปี 2548 และในปัจจุบันก็ทราบว่าไม่น่าจะมีการตีพิมพ์อีกแล้วซึ่งก็คงต้องใช้วิทยายุทธหาเอาสักหน่อยอาจจะตามร้านขายหนังสือเก่า ร้านขายหนังสือมืองสองที่ยังคงพอมีให้เห็นได้บ้าง ส่วนผมเองล่าสุดก็ยังพอเห็นแหล่งอยู่บ้างไว้เจรจาได้ราคาไม่แพงเท่าไหร่อาจจะซื้อมาเป็นของรางวัลร่วมสนุกให้กับคนรักกาแฟทุกท่านนะครับ

       แต่ถึงอย่างไรตอนนี้ก็คงต้องช่วยเหลือตัวเองด้วยการเดินหากันเองก่อนนะครับ อย่าไปคิดอะไรมากเพราะกาแฟก็เหมือนกับการเดินทางนั่นแหละครับที่เมื่อติดใจแล้วก็ไม่คิดที่จะเลิกรา.....สวัสดีครับ


                                                                                                                   กาลาโต้





วันเสาร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2554 | By: กาลาโต้

The Bookmark : ตำราแห่งประสบการณ์ที่ความล้มเหลวคือกำไร



       สำหรับคนที่ชื่นชอบในรสชาติของกาแฟแล้วคงไม่มีความฝันใดที่ดีไปกว่าการเป็นเจ้าของร้านกาแฟในฝันสักร้านหนึ่ง บางคนเพียรพยายามเก็บเล็กผสมน้อยคอยสะสมเงินตราที่มีอยู่เป็นทุนรอนในการสร้างฝันให้เป็นจริงในขณะที่อีกหลายๆ คนก็พยายามเก็บเกี่ยวประสบการณ์จริงก่อนบินเดี่ยวเปิดร้านด้วยการเป็นลูกจ้างตามร้านกาแฟต่างๆ ส่วนคนที่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไรหรือทำแบบไหนเชื่อได้ว่าหนังสือประเภท "howto" ย่อมเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด ผมเองก็ยังมีติดบ้านอยู่หลายๆ เล่มเหมือนกัน

       สำหรับหนังสือ howto เกี่ยวกับธุรกิจกาแฟในบ้านเราตอนนี้มีออกมาหลายต่อหลายเล่ม บางเล่มก็เน้นหนักทางด้านวิชาการ บางเล่มก็เน้นด้านกรรมวิธี แทบทุกเล่ม ทุกหัว มัก focus ไปที่ความสำเร็จในการเปิดร้านกาแฟทั้งสิ้น มองในแง่หนึ่งก็ถือเป็นเรื่องดีที่เสริมสร้างกำลังใจให้กับผู้ที่จะเริ่มเข้ามาคลุกคลีกับธุรกิจนี้ แต่ถ้ามองให้ดีมันคือ "การสร้างวิมานในอากาศ" หรือเปล่า??

      มีคนหลายคนที่ทำตามหนังสือแล้วเจ๊ง
     
      มีคนหลายคนไม่คิดจะเปลี่ยนแปลงทั้งการจัดการร้านหรือปรับปรุงเมนูให้เหมาะสมเพราะทำตามที่หนังสือบอก
     
      แต่แล้ววันหนึ่งขณะที่ผมกำลังเริ่มที่จะเอียนกับหนังสือ howto เหล่านี้กลับได้พบหนังสืออีกเล่มหนึ่งที่ผมถือว่าไม่ใช่เป็นเพียง pocket book ปกิณกะเพื่อความบันเทิงธรรมดา หากแต่เป็น "ตำราแห่งประสบการณ์" ที่หนังสือ howto เหล่านั้นเทียบไม่ติดเลยทีเดียว นั่นก็คือหนังสือ "เรื่องเล่าร้านกาแฟ" นั่นเอง

       เมื่อเหรียญมี 2 ด้านฉันใด การทำธุรกิจก็ย่อมมี 2 ด้านเช่นกันคือถ้าไม่รวยก็เจ๊งไปเลย นั่นคือตรรกะง่ายๆ ของโลก เพียงแต่มนุษย์เรามักจะมองในด้านที่ตัวเองได้ประโยชน์เสียส่วนใหญ่จึงมักจะหลีกเลี่ยงที่จะมองอีกด้านของจริงเสมอๆ

       หนังสือเรื่องเล่าร้านกาแฟนี้ถือเป็นตำรา case study อีกเล่มหนึ่งที่บรรดาผู้ที่คิดหรือกำลังจะเปิดร้านกาแฟควรจะมีติดกาย ติดหิ้งหนังสือไว้ เพราะผู้เขียนคือคุณสุพัตราได้ถ่ายทอดประสบการณ์จริงในการเปิดร้านกาแฟของตนเองกลั่นเป็นตัวหนังสือบทความไว้ในหนังสือเล่มนี้ หากเพียงแต่สิ่งที่เธอสื่อนั้นก็คือการเปิดร้านกาแฟแล้ว "เจ๊ง" ไม่เป็นท่านั่นเอง

      ผู้เขียนได้เล่าถึงที่มาในการเปิดร้านกาแฟของตนเองที่เริ่มต้นด้วยความฝันเหมือนกับใครอีกหลายต่อหลายคนจนกระทั่งมีร้านกาแฟเป็ของตนเอง เล่าถึงวิธีการทำทุกวิถีทางให้ร้านกาแฟอยู่รอด จนกระทั่งมาถึงบทสรุปสุดท้ายของความเป็นจริงที่ว่าเมื่อทำเต็มที่จนไม่สามารถรับไหวแล้วก็ต้องปิดตัวลง อาจจะเป็นความจริงที่น่าเจ็บปวด แต่มันก็คือความจริง อย่างน้อยแม้จะขาดขุนแต่ก็ถือว่าได้ประสบการณ์เป็นกำไร แถมเป็นกำไรที่หาได้ยากเสียด้วยเพราะบางทีเงินก็ซื้อประสบการณ์ไม่ได้เสมอไป

       ผมไม่ได้บอกว่าเมื่ออ่านหนังสือเล่มนี้แล้วจะทำให้ผู้ที่คิดเริ่มต้นท้อแท้ เพียงแต่อยากให้หนังสือเล่มนี้เป็นเข็มทิศชี้ทางมากกว่า เพราะเมื่อมีคนเดินผิดพลาดแล้วก็ไม่อยากให้คนอื่นต้องเดินตามรอยผิดพลาดนั้น อย่างน้อยก็โชคดีที่ไม่ต้องเสียเงินและเวลาซื้อประสบการณ์เหมือนกับผู้เขียนและขอให้ผู้ที่คิดจะเปิดร้านกาแฟทุกท่านโชคดีในการเปิดร้านกาแฟทุกท่าน สวัสดีครับ

                                                                                                                       กาลาโต้