แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โปรโมชั่น แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โปรโมชั่น แสดงบทความทั้งหมด
วันศุกร์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2561 | By: กาลาโต้

น่าจับตา!! เมื่อยักษ์ใหญ่วงการน้ำดำหันมาลงทุนในธุรกิจกาแฟสด!!



คนรักกาแฟทุกท่านครับ

สำหรับข่าวเด่นดังในแวดวงกาแฟระดับโลกเมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาพาดต่อมาจนกระทั่งถึงสัปดาห์นี้ผมเองเชื่อว่าคงไม่มีข่าวไหนที่ดังและเป็นที่พูดถึงมากไปกว่าข่าวที่บริษัทน้ำอัดลมยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่างบริษัท Coca Cola ประเทศสหรัฐอเมริกาปิดดีลซื้อกิจการร้านกาแฟสดอันดับต้นๆ ของโลกอย่าง "Costa Coffee" ที่มีสาขาราวๆ 3000 สาขาไปด้วยมูลค่าที่สูงถึง 5,100 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐอเมริกาซึ่งถ้าเทียบเป็นเงินไทยแบบกลมๆ ก็ราวๆ 163,000,000 บาท (หนึ่งแสนหกหมื่นสามพันล้านบาท) ซึ่งข่าวดังกล่าวที่ว่านี้เชื่อว่าน่าจะทำให้คอกาแฟและคอน้ำอัดลมรวมไปถึงผู้ที่สนอกสนใจหรือได้ยินข่าวนี้จำนวนไม่น้อยเลยต่างสงสัยกันว่าทำไมหรือเหตุใดบริษัท Coca Cola จึงต้องทุมเงินมหาศาลเพื่อซื้อกิจการที่ตนเองไม่ถนัดด้วยดังนั้นในวันนี้เราจะมาวิเคราะห์และพูดคุยถึงเรื่องนี้กันครับ


การที่ Coca Cola เข้า Take Over และซื้อกิจการร้านกาแฟสด Costa Coffee ในครั้งนี้ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่ต่างมองกันว่า Coca Cola ต้องการที่จะใช้ร้านกาแฟ Costa Coffee ไปสู้รบปรบมือกับร้านกาแฟอันดับหนึ่งของโลกอย่าง Starbucks ที่ตอนนี้กำลังขยายสาขาอย่างต่อเนื่องและถึงแม้ว่านโยบายล่าสุดของทาง Starbucks เองจะบอกว่าจะมีการลดสาขาลงไปกว่า 300 สาขาก็ตามทีแต่ถึงกระนั้นก็ยังถือว่ามีสาขาเยอะอยู่ซึ่งเรื่องนี้ผมเองก็มองว่าเป็นไปได้แต่ไม่น่าจะใช่เสียทีเดียว เพราะอะไรน่ะเหรอครับ

"ก็เพราะว่า Coca Cola นั้นเป็นบริษัทที่ผลิตน้ำอัดลมและไม่ได้อยู่ในวงการกาแฟมาตั้งแต่แรกแล้วน่ะสิครับดังนั้นจึงไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องซื้อร้านกาแฟ Costa Coffee มาต่อสู้กับร้าน Starbucks จริงไหมครับ!"

แต่สิ่งหนึ่งที่ผมมองว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจและน่าฉุกคิดก็คือบางทีการที่ Coca Cola เลือกที่จะซื้อร้านกาแฟ Costa Coffee มาเป็นของตนเองนั้นบางทีมันก็อาจจะเป็นการขยายไลน์ธุรกิจและเป็นการต่อยอดการลงทุนใหม่ๆ ของทาง Coca Cola เองก็เป็นได้ครับ



สาเหตุที่ผมมองเช่นนี้ก็เพราะเนื่องมาจากว่า 1-2 ปีก่อนหน้านี้ประชากรโลกเริ่มหันมาสนใจในเรื่องของสุขภาพมากขึ้นทำให้ตลาดน้ำอัดลมต้องปรับแผนการตลาดกันยกใหญ่ดังจะเห็นได้จากการออกเครื่องดื่มน้ำอัดลมประเภทที่ไม่มีน้ำตาลออกมากันอย่างมากมายแทบจะทุกเจ้า แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้วงการน้ำอัดลมกระเตื้องขึ้นสักเท่าไหร่นักกลับกันในขณะที่ตลาดกาแฟสดของโลกเองถึงแม้ว่าจะไม่หวือหวาสักเท่าไหร่แต่ทว่ามันเองกลับเคลื่อนที่ เติบโต ก้าวหน้าไปได้เรื่อยๆ ดังนั้นการที่ Coca Cola คิดจะลงทุนในธุรกิจกาฟจึงยังคงมีโอกาสในการเติบโตและประสบความสำเร็จได้อีกมากพอสมควรมิหนำซ้ำการที่ Coca Cola เองเลือกที่จะซื้อร้านกาแฟที่มีสาขาอยู่มากมาไว้ในกำมือก็จะช่วยให้การดำเนินธุรกิจกาแฟสดของ Coca Cola ดำเนินการได้ง่ายขึ้นไม่ต้องไปนับหนึ่งใหม่


นอกจากการขยายไลน์ธุรกิจไปยังธุรกิจกาแฟสดแล้วผมเองยังมองอีกครับว่าบางที Coca Cola เองอาจจะใช้ช่องทางธุรกิจกาแฟสดนี้เป็นตัวโฆษณาแบรนด์และสินค้าของทาง Coca Cola ได้อีกด้วยอาทิเช่นน้ำอัดลมของ Coca Cola จะวางขายในร้านกาแฟ Costa Coffee กว่า 3,000 สาขา ทำให้ลูกค้ามีโอกาสเข้าถึงสินค้าน้ำอัดลมหรือสินค้าอื่นๆ ของทาง Coca Cola มากขึ้นซึ่งถ้าหากมองในแง่ของการสร้าง Brand Awareness ให้กับ Coca Cola แล้วผมเองเชื่อว่าการจ่ายเงินไป แสนกว่าล้านบาทนั้น มันช่างเป็นค่าการตลาดที่คุ้มค่ายิ่งนักครับ

หรือว่าไม่จริง!!

                                                                                                                   กาลาโต้
วันอาทิตย์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2558 | By: กาลาโต้

ส่งท้ายปลายปีกับโปรโมชั่นดีๆ จาก Nescafe Dolce Gusto (Mini Me Festive Set)

สวัสดีคอกาแฟทุกท่านครับ



เผลอแป๊บเดียวก็จะหมดปี 2558 กันอีกแล้วไม่ทราบว่าทุกท่านในที่นี้มีใครได้ทำอะไรที่ตนเองหวังไว้สำเร็จเสร็จสิ้นกันฟหรือยังครับซึ่งถ้าหากยังแล้วล่ะก็ต้องรีบเร่งมือกันหน่อยนะครับเพราะเหลือเวลาอีกไม่กี่สิบวันเท่านั้นเอง



ส่วนคอกาแฟทั้งหลายนั้นผมเองเชื่อว่าน่าจะกำลังมองหาของขวัญของฝากญาติผู้ใหญ่ในช่วงเทศกาลคริสต์มาสและเทศกาลปีใหม่อยู่อย่างแน่นอนโดยซึ่งถ้าจะให้ผมเดาในฐานะผู้ที่นิยมชมชอบในเรื่องของรสชาติกาแฟแล้วล่ะก็ผมมองว่าของขวัญที่ว่านี้คงจะหนีไม่พ้นเครื่อชงกาแฟอย่างแน่นอนดังนั้นในวันนี้ผมจึงมีโปรโมชั่นดีๆ ของทาง Nescafe Dolce Gusto มาฝากทุกท่านกันซึ่งรับรองครับว่าโปรโมชั่นตัวนี้ย่อมเป็นที่ถูกใจสำหรับผู้ให้และพึงพอใจสำหรับผู้รับอย่างแน่นอนซึ่งก็ึคือโปรโมชั่น "Mini Me Festive Set" นั่นเองครับ



ก่อนที่เราจพะไปดูกันว่่าเจ้าโปรโมชั่นนี้นั้นให้อะไรแก่เราบ้างเราควรที่จะไปทำความรู้จักกันก่อนกับเครื่องชงกาแฟ Mini Me ซึ่งเป็นเครื่องชงกาแฟระดับ Top ของ Nescafe Dolce Gusto ซึ่งเจ้าเครื่องชงกาแฟรุ่น Mini Me นั้นมันมีจุดเด่นหรือลักษณะพิเศษที่ถือเป็นเอกลักษณ์ของมันนั่นก็คือ "ขนาด" ที่กำลังดีไม่ใหญ่หรือเล็กจนเกินไปโดยขนาดของนั้นเพียงแค่ 30.5 x 19.4 x 37.5 cm ดังนั้นมันจึงใช้พื้นที่น้อยและสามารถวางตรงจุดไหนของบ้านก็ได้โดยที่ไม่สร้างความรำคาญให้กับเจ้าของบ้านแต่อย่างใดแถมด้วยการออกแบบตัวเครื่องที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวและมีรางวัล Reddot Award 2014 เป็นเครื่องการันตีจึงทำให้เชื่อมั่นได้ว่าเจ้าเครื่องชง Mini Me รุ่นนี้เป็นเครื่องชงที่มีดีไวน์และนวัตกรรมที่ลำค่าเกินราคาจริงๆ



นอกจากเรื่องดีไซน์แล้วคุณภาพการใช้งานของมันก็ไม่น้อยหน้าไปกว่ารุ่นใดซึ่งเข้าทำนอง "จิ๋วแต่แจ๋ว" ครับเพราะมันสามารถทำความดันได้สูงสุดถึง 15 บาร์เทียบเท่ากับเครื่องชงกาแฟหลักๆ ยี่ห้ออื่นดังนั้นมันจึงสามารถทำเครื่องดื่มประเภทกาแฟได้ทุกชนิดโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อใช้กับแคปซูลกาแฟของทาง Nescafe ก็จะยิ่งทำให้รสชาติของมันดีขึ้นแถมยังใช้เวลาในการชงเพียงแค่ไม่ถึง 1 นาทีอีกด้วยครับ



มาถึงตอนนี้หลายคนคงอยากจะรู้แล้วว่าสนนราคาของเจ้า Mini Me Festive Set นี้ราคาเท่าไหร่และได้อะไรบ้างซึ่งถ้าบอกราคาไปแล้วจะตกใจครับเพราะราคานั้นคุ้มค่าเสียจริงโดยปกติราคาของชุดเครื่องชงกาแฟ Mini Me Festive Set จะอยู่ที่ 6940 บาทแต่สำหรับงานเทศกาลสำคัญอันล้ำค่านี้จะเหลือเพียงแค่ 3990 บาทเท่านั้นแถมยังได้ของแถมอีกมากมายโดยในชุด Mini Me Festive Set นั้นจะประกอบไปด้วย


* เครื่องชงกาแฟ Mini Me Black 1 เครื่อง
* แคปซูลกาแฟ Cappuccino 1 กล่อง
* แคปซูลกาแฟ Espresso Intenso 1 กล่อง
* แคปซูลกาแฟ Latte Macchiato 1 กล่อง
* แคปซูลกาแฟ Lungo 1 กล่อง
* แคปซูลกาแฟ Chococino 1 กล่อง
* แคปซูลกาแฟ Grande Intenso 1 กล่อง

เห็นไหมล่ะครับว่าคุ้มยิ่งกว่าคุ้มเสียจริงดังนั้นช่วงเทศกาลแห่งความสุขนี้ผมจึงมองว่าไม่มีของขวัญใดๆ ที่จะเหมาะสมไปกว่าการส่งต่อรสชาติและกลิ่นของความรัก ความปรารถนาดีด้วยชุดเครื่องชงกาแฟ Mini me Festive Set อีกแล้ว


ส่วนใครที่สนใจก็สามารถสั่งซื้อกันในรูปแบบออนไลน์ได้เลยครับที่ https://nescafedolcegusto.popsho.ps/th/minime-festive-set.html/ รับรองว่าได้ของไว้และไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน

                                                                                                                 กาลาโต้
วันเสาร์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2558 | By: กาลาโต้

My Cup : ปีทองของเครื่องชงกาแฟแบบ Capsule



       สวัสดีคนรักกาแฟทุกคนครับ ต้องยอมรับครับว่าในปัจจุบันนี้กาแฟเครื่องชงกาแฟแบบ capsule หรือแบบ Nespresso กำลังมาแรงจริงๆ ครับเพราะเนื่องจากว่าเครื่องชงกาแฟประเภทนี้มีสนนราคาที่ไม่สูงมากนักแถมรสชาติกาแฟที่ออกมายังเทียบเคียงกับกาแฟสดแท้ๆ ได้โดยไม่น้อยหน้าไปกว่ากันและถ้าได้เครื่องชงกาแฟที่ “ขั้นเทพ” แล้วด้วย เมื่อชงออกมาให้คอกาแฟได้ทานรับรองได้ว่าแยกไม่ถูกเลยครับ


       เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาผมมีโอกาสได้ไปร่วมงาน Thailand Retail, Food and Hospitality Services 2015 หรือที่เราเรียกกันสั้นๆ ว่า TRAFS 2015 ซึ่งถือได้ว่าเป็นงานใหญ่ระดับประเทศที่จัดขึ้นเพียงปีละครั้งโดยในปีนี้ต้องบอกเลยครับว่าค่อนข้างแปลกใจพอสมควรเพราะนอกจากจะมีร้านกาแฟ Chain ใหญ่ๆ มาออกบูธกันเหมือนอย่างเคยแล้วในปียังมีบูธของเครื่องชงกาแฟแบบ Capsule เป็นจำนวนมากมายทั้งเจ้าเก่า เจ้าใหม่ นำสินค้าของตนเองมานำเสนอขายให้กับผู้เข้าชมงานแต่บูธที่ได้รับความนิยมมากที่สุดเห็นทีคงจะหนีไม่พ้นบูธของ Nestle Dolce Gusto อย่างแน่นอน



       สำหรับ Nestle Dolce Gusto นั้นเราต้องยอมรับกันจริงๆ ครับว่าเขาเป็นผู้เชี่ยวชาญและเป็นผู้บุกเบิกเครื่องชงประเภทนี้มานานพอสมควรแล้วและอาจจะบอกได้ว่าเป็นเจ้าแรกๆ ที่นำเครื่องชงประเภทนี้มาให้คอกาแฟได้รู้จักกันซึ่งในงานเองก็มีเครื่องชงกาแฟของ Nestle Dolce Gusto มากมายหลายแบบมานำเสนอให้คอกาแฟได้รู้จักพร้อมกับทดลองใช้ทั้งเครื่องแบบ Genio แบบ Mini Edition แบบ CIRCOLO ที่ได้มีการนำเสนอรีวิวให้ทุกคนได้อ่านกันไปแล้วรวมไปถึงเครื่องชงกาแฟแบบใหม่ๆ อีกหลายตัวมาสาธิตการชงให้ดูทำให้เราได้รู้กันว่าการชงกาแฟดีๆ นั้นไม่ใช่เรื่องที่ยากเย็นอีกต่อไป



       แต่เป็นที่น่าเสียดายครับว่างาน TRAFS 2015 นี้ได้จบลงไปแล้วทำให้หลายคนที่อยากจะไปทดลองของจริงพลาดโอกาสซึ่งถ้าหากอยากจะเห็นของจริงและทดลองใช้งานดูก็คงต้องไปตามช็อปต่างๆ ที่เขาวางอยู่ซึ่งก็หาไม่ยากครับและถ้าหากอยากได้ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับเครื่องชงกาแฟของ Nestle Dolce Gusto ทุกรุ่นที่วางขายในประเทสเราพร้อมกับโปรโมชั่นพิเศษแล้วล่ะก็สามารถเข้าไปดูได้ครับที่ http://nescafedolcegusto.popsho.ps/th/machines.html รับรองได้ว่าได้ของดี ราคาไม่แพงอย่างแน่นอน


                                                                                                                     
                                                                                                                              กาลาโต้



วันอาทิตย์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 | By: กาลาโต้

Blend Storming : งานเข้า Mezzo Coffee! เพราะระบบไม่ดีหรือว่าเป็นที่พนักงาน



       สวัสดีคนรักกาแฟทุกท่านครับ หากยังพอจำกันได้มีหลายครั้งเลยทีเดียวที่ผมได้กล่าวถึงร้านกาแฟกับการให้บริการว่าเป็นสิ่งที่ค่อนข้างสำคัญมากที่สุดในธุรกิจนี้จนถึงขนาดกล้าที่จะกล่าวว่าร้านกาแฟจะรวยหรือจะเจ๊งก็อยู่ที่พนักงานและการบริการนั่นแหละครับ ดังนั้นร้านกาแฟส่วนใหญ่ที่มีมาตรฐานจึงมักมีการอบรมพนักงานก่อนการปฏิบัติงานจึงเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดแต่ถึงอย่างไรก็ตาทีมันก็อาจจะมีบ้างที่หลุดรอดสายตาออกมาแต่มันก็ไม่น่าจะเป็นปัญหาถ้าหากไม่มีคนร้องเรียนแต่สำหรับกรณีที่ผมจะพูดถึงต่อไปนี้ต้องเรียกได้ว่า "งานงอก" ของจริงครับเพราะเรื่องที่เกิดขึ้นมันดันไปกระจายอยู่บนสื่อสังคมชุมชนออนไลน์ขนาดใหญ่อย่าง pantip เข้าเรื่องที่ว่าเล็กจึงกลายเป็นไฟลุกโดยปริยาย


       สำหรับเรื่องราวที่เกิดขึ้นนี้เกิดจากการที่ลูกค้าคนหนึ่ง (ซึ่งเป็นสมาขิกเว็บ pantip) ได้ไปใช้บริการร้านกาแฟ Mezzo Coffee สาขาเซ็นทรัลแจ้งวัฒนะโดยได้ใช้โปรโมชั่นที่ร้านร่วมกับ The 1 Card โดยใช้แต้ม 500 แต้มแลกกาแฟได้ 1 แก้ว ซึ่งเจ้าของกระทู้ก็ได้ใช้สิทธิ์ที่ควรได้ในตอนนั้นแต่กลับกลายเป็นว่าพนักงานทั้งร้านไม่สนใจ ไม่ใส่ใจราวกับว่าเป็นของฟรีไม่ได้เงินรวมไปถึงยังมีเหตุการณ์ที่บังคับให้เจ้าของกระทู้ต้องกดแลกคะแนนใหม่อีกรอบอีกด้วยดังนั้นจึงได้กลายมาเป๋นประเด็น talk of the town ใน pantip จนถึงขนาดเป็นกระทู้แนะนำเลยทีเดียวเชียวครับ



       ประเด็นในเรื่องนี้มีความน่าสนใจอยู่อย่างหนึ่งซึ่งก็คือถึงแม้ว่าในเรื่องของการบริการของพนักงานที่สมาชิกอีกหลายๆ คนกล่าวตรงกันว่าไม่ค่อยมี service mind เท่าที่ควรก็ตามทีแต่สิ่งหนึ่งที่มีส่วนทำให้กลายเป็นปัญหา เป็นเรื่องรางขึ้นมาก็คือการกดแลกคะแนนแล้วมีข้อความตอบรับขึ้นมาซึ่งไม่ใช่ sms ซึ่งหากเผลอกดปิดไปก่อนที่พนักงานจะจดเสร็จหรือพนักงานขอดูอีกครั้งเป็นอันจบเห่ครับเพราะข้อความตรงนั้นจะหายไปในทันที ไม่สามารถเรียกกลับมาดูได้อีกครั้ง (ซึ่งในเรื่องนี้ผมเองก็เคยเจอกับตัวตอนไปใช้สิทธิ์ลด 5 บาทที่ร้านกาแฟในปั๊มน้ำมันเจ้าหนึ่งแต่ดันเผลอคิดว่าพนักงานจดไปแล้วจึงปิดปรากฎว่าพนักงานยังไมไ่ด้จดเลยกดอีกทีคราวนี้ขึ้นว่าใช้สิทธิ์ไปแล้วให้รออีก 15 วันจึงใช้ได้ ทำให้ต้องจ่ายเงินเต็มไปตามระเบียบ) ปัญหาตรงนี้ควรจะแก้อย่างไรเพราะผมเชื่อว่าหลายคนคงต้องเคยประสบปัญหาเช่นนี้อย่างแน่นอน บางคนอาจจะแนะนำว่าให้พนักงานกดเองจะได้ไม่มีปัญหา หรือบางคนบอกว่าใช้วิธีการ Cap หน้าจอไว้เพื่อเป็นหลักฐานซึ่งวิธีหลังนี้ต้องบอกว่าร้านหลายร้านไม่ยอมรับครับหาว่าเป็นการนำสิทธิ์มาใช้ซ้ำ ๆ ดังนั้นหากทางเจ้าของโปรโมชั่นมีวิธีที่รัดกุมมากกว่านี้ก็น่าจะช่วยลดปัญหาเดิมๆ ที่เกิดขึ้นบ่อยๆ ไปได้บ้างไม่มากก็น้อยครับ

       เรื่องดราม่าที่ว่าจะจบลงเช่นไรก็คงต้องติดตามกันต่อไปและหากใครอยากอ่านเรื่องแบบเต็มๆ ก็ตามไปอ่านต่อได้ ที่นี่ ครับ

                                                                                                                     กาลาโต้