แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Enpresso แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Enpresso แสดงบทความทั้งหมด
วันเสาร์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2556 | By: กาลาโต้

Enpresso : ดูกันหรือยัง TrueCoffee Barista Thailand Championship


       แม้จะออกอากาศไปแล้ว 3 ตอนด้วยกันสำหรับรายการ TrueCoffee Barista Thailand Championship แต่ต้องขอสารภาพว่าผมเพิ่งได้ดูตอนแรกเมื่อสักครู่ที่ผ่านมานี้โดยดูผ่าน Youtube จาก Channel ของ True เองซึ่งต้องบอกว่ารายการทำได้ออกมาดีในระดับพอสมควรเลยทีเดียวครับดังนั้นผมจึงได้นำมา บอกต่อให้คนรักกาแฟทุกท่านได้รับทราบและอยากให้ได้ดูกัน


       Theme หรือเนื้อหาหลักของรายการ TrueCoffee Barista Thailand Championship นี้เป็นรายการที่คัดเลือกเอา Barista ของ TrueCoffee จำนวนกว่า 1,000 คนจากกว่า 100 สาขาของ TrueCoffee มาแข่งขันคัดเลือกให้เลือก 22 คนเพื่อแข่งขันต่อไปให้เหลือเพียงหนึ่งเดียวที่ถือเป็นสุดยอด Barista ของ TrueCoffee


        หากจะพูดถึงความสนุกของรายการแล้วต้องบอกว่าคงจะไม่สามารถเทียบได้กับรายการประกวดร้องเพลงหรือแสดงความสามารถพิเศษอย่าง True Academy Fantasia เพราะเนื่องจากกาแฟและ Barista นั้นยังอยู่ในวงที่ไม่กว้างนัก คนทั่วไปที่ชมรายการนี้อาจะบอกว่าค่อนข้างน่าเบื่อแต่สำหรับคอกาแฟแล้วผมว่าเป็นอีกหนึ่งรายการที่น่าดูมากกว่าละครบางเรื่องเสียอีกครับ


       สิ่งที่น่าสนใจของรายการนี้ไม่ได้อยู่ที่การนำเสนอของพิธีกรหรือการแข่งขันที่น่าตื่นเต้นแต่อย่างไรแต่สำหรับผมแล้วความรู้ในช่วง "Sipping Tip" ของรายการช่วยให้เรามีความรู้เรื่องกาแฟมากขึ้นถึงแม้ว่าในบางครั้งจะแฝงด้วยโฆษณาบ้างก็ตามทีและสิ่งที่สำคัญที่สุดที่เราจะได้เห็นในรายการนี้ก็คือ "หัวใจของการเป็น Barista


       รายการนี้ทำให้เราได้รับรู้ว่า Barista นั้นไม่ได้มีหน้าที่แค่เพียงชงกาแฟส่งให้ลูกค้าแล้วก็จบกัน แต่ Barista ยังต้องทำอะไรต่างๆ อีกมากมาย ต้องพบเจอ ต้องรองรับอารมณ์ผู้คนมากหน้าหลายตาและรายการนี้แหละที่จะทำให้เราได้รับฟังเสียงสะท้อนจากหัวใจของ Barista ทั้งหลายว่าที่เขาเหล่านั้นเลือกเป็น Barista มาชงกาแฟเพราะความรักในกาแฟ ความสุขที่ได้ชงกาแฟให้คนอื่นได้ทาน ซึ่งต้องบอกว่าในรายการนี้ทำให้เราได้เห็นทั้ง Barista ตัวจริงที่ทำหน้าที่ Barista ด้วยหัวใจและ Barista ทั่วๆไปที่ทำหน้าที่เพียงแค่พนักงานชงกาแฟเท่านั้นเองครับ

       สิบปากว่าก็คงไม่เท่าตาเห็นพูดมาแบบนี้เชื่อว่าคอกาแฟหลายคนคงคิดอยากชมรายการ TrueCoffee Barista Thailand Championship กันแล้วใช่ไหมครับ เอาเป็นว่าใครที่บ้านติด True Vision อยู่แล้วคงหาชมกันไม่อยากแต่ถ้าใครไม่มี True Vision ก็สามารถเข้าชมได้ใน Youtube ครับ เพราะทาง True เขานำมาลงให้ชมทุกสัปดาห์ครับ


                                                                                                           กาลาโต้




วันศุกร์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2556 | By: กาลาโต้

Cupping Street : บุญที่ดื่มด่ำได้ (บ้านธรรมะกาแฟสด)



       ผมจำไม่ได้เสียแล้วว่าพระสงฆ์รูปใดที่เคยกล่าวไว้ว่า "บุญเป็นของพึ่งได้" ซึ่งผมเองนั้นต้องสารภาพโดยดุษฎีว่าเรื่องศาสนากับผมนั้นยังจูนไม่เข้ากันสักเท่าไหร่ ผมยังเป็นมนุษย์ปถุชน ที่ยังมีความโลภ โกรธ หลง ยังอยากจะเที่ยว ยังอยากดูหนัง ยังอยากกินของอร่อยๆ ดังนั้นเรื่องธรรมะ เรื่องทางธรรมผมจึงยังไม่ค่อยเข้าใจมากนัก แต่แล้ววันหนึ่ง วันที่ผมหดหู่ วันที่ผมท้อแท้ วันที่ผมเหมือนกับดูจะพ่ายแพ้ต่อทุกสิ่งทุกในโลกนี้เชื่อไหมครับว่าสิ่งที่เรียกว่าธรรมะนั้นราวกับเป็นเพื่อนสนิทที่เข้ามาคอยปลอบประโลม คอยเยียวยารักษาใจและเป็นเหตุให้ผมได้เข้าใจถึงคำกล่าวข้างต้นและเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดบทความ entry นี้ขึ้นมา


       เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นขึ้นจากการที่ผมหลบหนีความวุ่นวายทางโลกด้วยการไปกราบไหว้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ณ ตำหนักพระแม่กวนอิมโชคชัย 4 ตามคำชวนของบรรดาเหล่าคนรู้จัก ซึ่งเมื่อไปถึงพบว่าเป็นสถานที่ๆเงียบสงบเหมาะกับการปลีกวิกเวกออกจากความวุ่นวายเพื่อค้นหาสัจธรรมในตัวตนเสียยิ่งนัก พื้นที่ส่วนใหญ่ของตำหนักพระแม่กวนอิมนี้มีรูปปั้นของพระแม่กวนอิมและพระโพธิสัตว์ปางต่างๆ ประดิษฐานทั่วบริเวณพร้อมทั้งรายละเอียดของพระโพธิสัตว์แต่ละปางอันแสดงถึงความยากลำบากในการบำเพ็ญเพียรจนกว่าจะเป็นพระโพธิสัตว์ที่คนทั่วไปยากที่จะกระทำได้รวมไปถึงพระมหาเจดีย์พระพุทธเจ้าหมื่นพระองค์ที่มีขนาดใหญ่และสร้างขึ้นจากแรงศรัทธาพาลให้คิดไปได้ว่าไม่น่าเชื่อว่าด้วยกำลังและแรงศรัทธาของมนุษย์จะก่อให้เกิดอนุสรณ์สถานอันยิ่งใหญ่เช่นนี้ได้


       และในระหว่างที่เดินชมความงาม ทำบุญตามอัตภาพและคิดถึงสิ่งต่างๆ รอบๆด้วยความคิดเรื่องเปื่อยอยู่นั้น ราวกับพระคุณเจ้า ณ ที่นั้นจะล่วงรู้ถึงความคิดอันซ่อนอยู่ภายในจึงเอื้อนเอ่ยด้วยว่าจาออกมาว่า "ถ้าอยากเห็นอะไรที่ยิ่งใหญ่ สูงใหญ่ สร้างด้วยความเพียรและแรงศรัทธาที่เปี่ยมล้นไม่น้อยกว่านี้ให้ไปดูที่ตำหนักพระศิวะแถวรามอินทรา เพราะผู้สร้างเป็นเจ้าของคนเดียวกันกับพระตำหนักเจ้าแม่กวนอิมโชคชัย 4 แห่งนี้" ดังนั้นเมื่อความแปลกใจปนสงสัยได้กำเนิดขึ้นในหัวใจท่ามกลางสภาวะอันเบื่อ เหงาแล้วการเดินทางต่อไปตามคำชักชวนของพระคุณเจ้าจึงได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้งภายในวันเดียวกันทั้งที่ปัจจัยในกระเป๋ามีอยู่เพียงแค่ค่ารถไปกลับเท่านั้นแต่ก็ยังไม่ย่อท้อเดินทางด้วยระยะทางหลายสิบกิโลไปยังซอยคู้บอน 27 แยก 27 เพื่อตามหาตำหนักพระศิวะที่ว่านี้


       ทันทีที่ได้เห็นองค์พระศิวะสูงใหญ่ราวตึก 3 ชั้นอยู่เบื้องหน้า ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางกว่า 2 ชั่วโมงก็หายไปเป็นปลิดทิ้ง ความปิติและยินดีกลับเข้ามาแทนที่ในหัวใจอย่างเปี่ยมล้น และเมื่อเดินสำรวจภายในแทบไม่น่าเชื่อครับว่าผู้สร้างสถานที่แห่งนี้พยายามสร้างพื้นที่ๆ ไกลและกันดารแห่งนี้ให้คนรู้จักและมากราบไหว้กันทั้งๆ ที่สถานที่แห่งนี้สร้างกันมาได้หลายปีแล้วแต่ก็ยังไม่เสร็จดี ยังคงต้องก่อสร้างอะไรหลายต่อหลายอย่างอีกมากมาย แต่ผู้สร้างก็บอกว่ายังสร้างไปเรื่อยๆ ไม่รีบ สร้างตามกำลังที่เรามีเสร็จเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น นี่แหละครับแรงแห่งศรัทธา ผมกล้าพูดได้เลยว่าถ้าไม่ศรัทธาจริงคงไม่กล้าที่จะบ้าสร้างอะไรแบบนี้ทั้งที่ไม่เห็นตัวเงินกันหรอกครับ



 และเมื่อเดินรอบๆ ด้วยความคิดพิจารณาอย่างถ่องแท้จนหมดสิ้นรวมถึงมองย้อนไปยังตำหนักพระแม่กวนอิมโชคชัย 4 ที่ไปกราบสักการะมาก่อนหน้านี้ทำให้ผมเริ่มคิดอะไรได้บางอย่าง ความหดหู่และฟุ้งซ่านที่เคยมีเริ่มหมดไป สติปัญญาเริ่มที่จะกลับมาหรือบางทีนี่อาจจะเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์กับคำถามของหัวใจในสิ่งที่ผมสงสัยมาโดยตลอดว่า "บุญนั้นมันพึ่งได้จริงหรือ?" ก็เป็นได้


       เกือบ 18.30 นาที ผมเดินออกมาจากซอยคู้บอน 27 แยก 27 เพื่อรอรถสองแถวเพื่อออกจากซอยในระหว่างที่รอนั้นผมได้พบกับร้านกาแฟร้านหนึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามซึ่งเรียกความสนใจของผมได้อยู่ไม่น้อยเลยทีเดียวแต่ไม่ใช่เพราะว่าหน้าร้านมีคนมุงกันเยอะหรือมีคนมานั่งทานกาแฟกันมากหรอกนะครับแต่เป็นเพราะชื่อของร้านกาแฟต่างหาก เอ....หรือว่าบุญจะเป็นสิ่งที่ชักพาให้เรามาเจอร้านกาแฟร้านนี้ ผมคิดในใจซึ่งไวพอกับเท้าทั้งสองของผมก้าวข้ามเข้าไปนั่งในร้านอย่างไม่รู้ตัวที่ร้าน "บ้านธรรมะกาแฟสด"


       แวบแรกที่เข้าไปความสงสัยต่างๆ ที่มีก็เริ่มกระจ่างเพราะเนื่องจากการตกแต่งร้านนั้นส่วนใหญ่ไม่ได้เน้นความเลิศหรูอลังการเฉกเช่นร้านกาแฟสดทั่วไป หากแต่ประดับประดาไปด้วยภาพพระอริยะสงฆ์ คำพุทธศาสนสุภาษิตและหนังสือธรรมะต่างๆ ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่แปลกใหม่และมีความน่าสนใจไปอีกแบบ


       และเมื่อเลียบๆ เคียงๆ สอบถามพนักงานในร้านแล้วได้รับคำตอบที่ว่าร้าน "บ้านธรรมะกาแฟสด" เปิดให้บริการมาหลายปีแล้วโดยเจ้าของคือป้าแมวที่ขายบัวลอยอยู่หน้าร้านกาแฟนี้เอง (ขอบอกว่าบัวลอยของป้าแมวอร่อยมาก) เนื่องจากป้าแมวแกเป็นคนใจบุญสุนทาน ชอบทำบุญ ฟังธรรมและเข้าวัดเข้าวาอยู่เสมอจึงได้เปิดร้านกาแฟนี้ขึ้นมาโดยหวังแค่ว่าให้คนที่มาทานกาแฟได้อะไรดีๆ กลับไปบ้านเพื่อเป็นมงคลแก่ตัวเองเพราะแกเชื่อว่าบุญเป็นสิ่งที่ใครทำใครได้ และเป็นของที่พึ่งพาได้อย่างแท้จริง


       ผมสั่ง Espresso เย็นหวานน้อยมากิน แต่เชื่อไหมครับว่าแม้ว้นนี้กาแฟจะเข้มข้นถึงใจแต่ทำไมถึงมีความหวานแบบอิ่มเอมใจผสมอยู่มากมายในกาแฟแก้วนี้ก็ไม่รู้ กาแฟหนึ่งแก้วคู่กับหนังสือธรรมะหนึ่งเล่มใครจะไปคิดครับว่าเป็นสิ่งที่สามารถเข้ากันได้อย่างลงตัว และพอมาถึงวินาทีนั้นผมได้รับรู้เลยครับ หากเรารู้จักปล่อยวางเสียบ้าง มองในสิ่งที่ยากลำบากกว่าเรา และเข้าใจในสภาพความเป็นจริงที่ว่าในโลกนี้ไม่มีอะไรจีรังแล้ว ทุกคนจะรู้ว่าบุญและธรรมะนั้นเป็นเพียงสิ่งๆ เดียวที่พึ่งได้อย่างแท้จริง อย่างน้อยๆ ก็ทำให้ให้ผมดับความกระหายได้ทั้งทางกายและทางใจ......อนุโมทนาครับ

             
                                                                                               กาลาโต้









วันจันทร์ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2556 | By: กาลาโต้

Enpresso : เพลงใหม่ของ วัชราวลีกับ OST.กาแฟเขาช่อง




       สวัสดีเดือนสิงหาคมครับพี่ๆ เพื่อนๆ ชาวคนรักกาแฟทุกท่าน สำหรับ entry นี้ก็ไม่มีอะไรมากครับเพียงแค่ว่าสมาชิกแฟนเพจ "เรื่องของคนรักกาแฟ" ( http://www.facebook.com/kafeme ) ที่คุยอยู่ด้วยกันบ่อยๆ ท่านหนึ่งก่อนหน้านี้ได้ส่งตัวอย่างเพลง "แฟ" ของวงวัชราวลีเจ้าของเพลงฮิตอย่างเพลง "ลูกอม" มาให้ฟัง ซึ่งเจ้าเพลง "แฟ" นี้ทางวงวัชราวลีแต่งขึ้นเพื่อเป็นเพลงประกอบโฆษณากาแฟเขาช่อง หลังจากฟังก็รู้สึกว่าเพราะดีและทางวงวัชราวลีเองก็บอกว่าจะปล่อยตัวเต็มให้ได้ฟังกันอย่างเต็มเพลงในวันนี้ (วันที่ 5 สิงหาคม 2556) พอเค้า launch ตัวเต็มออกมาให้ฟังก็รู้สึกว่าเพลง "แฟ" เต็มๆ นี้เพราะมากแถมความหมายยงดีอีกด้วยเลยขอนำมาให้เพื่อนๆ คนรักกาแฟได้ฟังกันก่อนครับส่วนตัวโฆษณากาแฟเขาช่องนั้นตอนนี้ยังไม่เห็นเหมือนกันแต่เชื่อแน่ว่าหากผนวกเข้ากับเพลง "แฟ" นี้แล้วคงได้ความอบอุ่นไม่น้อยซึ่งก็คงต้องติดตามกันต่อไปครับ ซึ่งเพลง "แฟ" นี้สามารถเปิดฟังจากด้านบนได้เลย หรือจะเข้าไปฟังใน youtube ก็ได้ครับที่  http://www.youtube.com/watch?v=n5tKMM2Bzj8


                                                                      กาลาโต้                                                          
วันอาทิตย์ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2556 | By: กาลาโต้

Cupping Street : กึ่งศตวรรษร้านใบชาเมล็ดกาแฟ



       สวัสดีครับเพื่อนๆ คอกาแฟที่รักทุกท่านห่างหายจากการรีวิวร้านกาแฟไปหลายเดือนเนื่องจากยุ่งเรื่องงานที่กำลังจะทำใหม่เลยไม่มีเวลามาอัพเดท blog ได้แต่โพสต์ลงใน fanpage บ้างให้พอหายคิดถึง บัดนี้งานดังกล่าวเริ่มลงตัวจึงพอมีเวลามาอัพเดท blog ให้อ่านกันตามเดิมแล้วอย่าเพิ่งหนีกันไปไหนนะครับ @^_^@


       สำหรับร้านที่นำมารีวิวในครั้งนี้ต้องขอบอกครับว่าเคยผ่านตามาหลายครั้งแล้วและหลายที่เสียด้วยหากแต่ยังไม่เคยมีโอกาสเข้าไปลิ้มลองจวบจนฤกษ์งามยามดีไปทำธุระแถวสยามเลยตัดสินใจเข้าไปทดลองชิมเพื่อนำเรื่องราวต่างๆ มาฝากทุกท่านครับกับร้าน Coffee Bean & Tea Leaf.


       ในประเทศไทยเราชื่อของร้าน Coffee Bean & Tea Leaf นั้นคงไม่ค่อยคุ้นหูสักเท่าไหร่หากเปรียบเทียบกับร้านกาแฟแบรนด์ดังๆ ยี่ห้อสีเขียวจากซีแอตเติ้ลแล้วเรียกได้ว่าทิ้งห่างกันอย่างไม่ติดฝุ่นแต่สำหรับชาวต่างชาติแล้วโดยเฉพาะชาวอเมริกาชื่อของร้าน "Coffee Bean & Tea Leaf" นั้นโด่งดังและมีประวัติความเป็นมายาวนานถึง 50 ปีครับ


        จุดเด่นของร้าน Coffee Bean & Tea Leaf ที่ถือได้ว่าเป็นจุดหลักของการขายและทำให้ชื่อเสียงของร้านโด่งดังทั่วโลกนั้นเห็นจะเป็นในเรื่องของการค้นหาและเลือกใช้เมล็ดกาแฟและใบชาสายพันธุ์ดีจากทั่วโลกเพื่อนำมาคัดและเลือกสรรค์ชนิดที่ดีที่สุดเพื่อนำมาบริการให้กับบรรดาคอชาและกาแฟได้ลิ้มลองกันภายใต้ปณิธาน "Simply The Best"


       เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาหลังจากที่เดินแอบสำรวจบริเวณร้านอยู่ 2-3 รอบก็ตัดสินใจเข้าไปสั่ง Iced Latte ขนาด Large ทันทีซึ่งต้องขอบอกครับว่าสนนราคาที่นี่เป็นราคามาตรฐานตามแบบฉบับราคากาแฟและชาระดับร้าน Premium ทั่วไป โดยอยู่ที่ราคาตั้งแต่ 85 บาท ไปจนถึง 160 ตามแต่ประเภทและชนิดของเครื่องดื่มซึ่งเมื่อลิ้มลองแล้วต้องบอกว่าไม่แพงเลยครับเพราะเขาใช้วัตถุดิบที่มีมาตรฐานจริงๆ ความหอมของเมล็ดกาแฟอย่างดีผสมผสานกับรสชาติของนมที่ใช้ทำ Latte ทำให้เครื่องดื่ม Iced Latte ของผมแก้วนี้ช่างเติมเต็มไปด้วยความสุขเสียจริง ส่วนใครที่อยากจะหาอาหารว่างทานควบคู่กับชาหรือกาแฟก็ไม่ต้องเป็นห่วงครับ เพราะร้าน Coffee Bean & Tea Leaf นี้เขามีอาหารว่างไว้บริการกันอย่างพร้อมสรรพทั้งเค้ก ครัวซองค์ มัฟฟิน หรือแม้แต่บรรดาเบอร์เกอร์ แซนด์วิช ก็มีให้เลือกกัน


       ปัจจุบันร้าน Coffee Bean & Tea Leaf มีสาขาอยู่ทั่วโลกกว่า 900 สาขาและในประเทศไทยมีอยู่ 10 สาขาด้วยกันได้แก่ สาขาสยามเซ็นเตอร์ (ที่ผมไปลิ้มลอง) สาขาสยามพาราก้อน สาขาเซ็นทรัลเวิลดิ์ (ชั้น 2 และชั้น 3) สาขาอาคารอินเตอร์เชนจ์ 21 สาขาแฟชั่นไอส์แลนด์ สาขาโรงแรมฮอลิเดย์อินสุขุมวิท สาขาซอยหลังสวน สาขาเซ็นทรัลแจ้งวัฒนะและสาขาล่าสุดสาขา The Walk เกษตร-นวมินทร์ ซึ่งในปีนี้ก็จะมีแผนขยายสาขาเพิ่มขึ้นต่อไป


        และสำหรับผู้ที่จะไปใช้บริการร้าน Coffee Bean & Tea Leaf ในช่วงนี้สิ่งที่น่าสนใจมากฝากกันครับเพราะตอนนี้ทางร้าน Coffee Bean & Tea Leaf เค้าออกบัตร The Coffee Bean Card ซึ่งเป็นบัตร Cash Card ของร้านขึ้นมาโดยเจ้าบัตรนี้มีลักษณะคล้ายบัตร Starbucks Card เราสามารถเติมเงินสดลงในบัตรเพื่อใช้ในการซื้อเครื่องดื่มหรือสินค้าของร้าน Coffee Bean & Tea Leaf ทุกสาขาทั่วประเทศไทยรวมไปถึงใช้เป็นบัตรสมาชิกได้อีกด้วย นอกจากนี้ทุกการซื้อสินค้าและบริการภายในร้าน Coffee Bean & Tea Leaf ผ่านบัตร The Coffee Bean Card ทุกๆ 100 บาทจะได้รับแต้มสะสม 1 เพื่อเพื่อสะสมไว้แลกของหรือร่วมกิจกรรมพิเศษที่จัดขึ้นเฉพาะสมาชิก The Coffee Bean Card ครับ ซึ่งหากสนใจก็ไปสามารถสมัครกันได้เลยที่ร้าน Coffee Bean & Tea Leaf ทุกสาขาตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปครับ


                                                                                                                  กาลาโต้


วันพุธที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 | By: กาลาโต้

Enpresso : เพลงกาแฟ By วัชระ ปานเอี่ยม


       สวัสดีครับชาวคนรักกาแฟทุกคน สำหรับ section Enpresso นี้ถือเป็น section ใหม่ที่จะเข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ blog เรื่องของคนรักกาแฟนับตั้งแต่นี้เป็นต้นไปนะครับ โดยจะนำเสนอเรื่องราวความบันเทิงต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับกาแฟไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ ดนตรีหรือกิจกรรมอื่นๆ ที่เห็นว่าเหมาะสมตามโอกาสหวังว่าคงได้รับการตอบรับจากทุกๆ ท่านเหมือน section อื่นๆ ของ blog เรานะครับ

       แรกเริ่มเดิมที Blog ในตอนที่ท่านกำลังอ่านอยู่นี้ต้องเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับภาพยนตร์ที่เกี่ยวข้องกับกาแฟเพราะเตรียมเนื้อหา เรื่องราวของภาพยนตร์ต่างๆ ไว้พร้อมเขียนอยู่แล้ว แต่เมื่อเปิดอินเตอร์เน็ต search หาข้อมูลอื่นๆ เพิ่มเติม ทำให้ได้พบกับเพลงๆ หนึ่งที่เกี่ยวข้องกับกาแฟ เมื่อฟังๆ ดูเนื้อหามีความน่าสนใจมาก ทำนองก็เพราะแถมยังได้นักร้องนำมือหนึ่งของไทยมาขับร้องให้อีกจึงทำให้ต้องตัดสินใจนำเรื่องของเพลงๆ นี้แทรกมาลงโดยทันทีครับกับเพลงที่ชื่อว่า "กาแฟ"


       เพลงกาแฟเพลงนี้เป็นผลงานการแต่งเนื้อร้องและทำนองโดยคุณอั๋น ศิริพงษ์ หนึ่งในคนรักกาแฟที่นำเอาเรื่องราวของกาแฟที่ได้พบปะอยู่ทุกวันมาเป็นแรงบันดาลใจในการเขียนเนื้อเพลงและเรียบเรียงเนื้อร้องโดยเจ้าของนามปากกาชื่อ "โป๊ะ" ที่เด็ดที่สุดของเพลงนี้เห็นจะเป็นตัวนักร้องที่มาขับร้องเพลงนี้นั่นก็คือคุณวัชระ ปานเอี่ยม หรือพี่เจี๊ยบของพวกเรา หนึ่งในสมาชิกวงเฉลียงที่มีผลงานเพลงมากมาย เชื่อว่าคนอายุ 30 อัพขึ้นไปต้องรู้จักพี่เจี๊ยบและวงเฉลียงแน่นอน

       หากคุณผู้อ่านลองสังเกตเพลงต่างๆ ในอดีตและปัจจุบันให้ดีๆ จะพบว่าหากเพลงใดก็ตามที่เขียนหรือแต่งขึ้นมาจากประสบการณ์จริงหรือประสบการณ์ตรงที่ได้พบเจอกับตัว เพลงๆนั้นย่อมจะสื่อสารกับคนฟังได้อย่างตรงไปมา ชัดเจน ไม่คลุมเครือ และหากผู้ฟังเองเคยอยู่ในอารมณ์หรือเคยมีประสบการณ์เดียวกันกับเรื่องในเนื้อเพลงนั้นๆด้วยแล้ว ย่อมทำให้เพลงดังกล่าวอยู่ในสภาวะ "อิน" และ "โดน" ใจผู้ฟังอย่างแน่นอน ไม่เว้นแม้แต่เพลงนี้ครับ

       เพลงกาแฟนี้ผู้แต่งได้นำเอาช่วงอารมณ์ของกาแฟมาแต่งเป็นเพลงซึ่งเชื่อว่าคนรักกาแฟคงมีช่วงอารมณ์แบบนี้กันทุกคน อารมณ์ที่สบายๆ ในระหว่างที่นั่งดื่มกาแฟ หลีกหนีจากเรื่องวุ่นวายชั่วคราว พักกาย พักใจ ดื่มกาแฟแม้จะเป็นช่วงระยะเวลาเพียงสั้นๆ แต่ก็ทำให้เราเสริมสร้างพลังและกำลังใจก่อนที่กลับไปเผชิญเรื่องราวที่วุ่นวายต่อไป บางคนระหว่างนั่งทานกาแฟไปก็หากระดาษ ปากกา หรือหยิบ Notebook มาจด มาพิมพ์สิ่งที่ตนนึกขึ้นได้ในขณะนั้นเพื่อนำมาสร้างสรรค์ผลงานออกมา ซึ่งมีหลายคนและหลายครั้งเลยครับที่ผลงานดีๆหรือไอเดียดีๆ เกิดขึ้นจากโต๊ะกาแฟ ในตอนที่ดื่มกาแฟนั่นเอง!
       สำหรับบางคนมิตรภาพอาจจะก่อกำเนิดขึ้นที่ร้านกาแฟก็เป็นได้หรือแม้กระทั่งความทรงจำ เรื่องราวต่างๆ บางทีก็ผุดออกมาในขณะนั่งดื่มกาแฟอีกด้วยครับ นี่แหละครับอารมณ์กาแฟที่ผมพูดถึง!

       สิ่งหนึ่งที่ผมชอบเป็นพิเศษนอกเหนือจากทำนองที่สบายๆ ที่ชวนให้นึกถึงกาแฟรสชาตินุ่มๆ สักแก้ว แล้วนั่นก็คือการใช้คำ การเล่นคำในเพลงที่ทำให้ผู้ฟังเกิดอาการประเภทที่ว่า "เออแฮะ" หรือ "คิดได้ไงเนี่ย" และคำหรือประโยคเหล่านั้นเองทำให้เรา "อิน" ไปกับเพลงโดยไม่รู้ตัว อาทิเช่นท่อนที่ว่า
      
       "หัวใจเมื่อก่อนมันเต้นถี่แต่วันนี้มันกลับเต้นช้าลง"

       ใครๆ ก็รู้กันดีครับว่ากาแฟมีฤทธิ์ในการกระตุ้นประสาททำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น แต่เพลงนี้กลับบอกว่าเต้นช้าลง ซึ่งความหมายไม่ได้หมายถึงกาแฟจริงๆ หากแต่หมายถึงช่วงเวลาอารมณ์ที่เราละเลียดจิบกาแฟนั่นเป็นช่วงเวลาที่สบายๆ ช่วงเวลาที่ทิ้งความทุกข์ ความรีบเร่งต่างๆ ไว้เบื้องหลังเป็นช่วงเวลาที่ไม่รีบเร่ง ใช้เวลาดื่มด่ำกับกาแฟแก้วของเราให้นานๆ นั่นเองครับ

"ที่ๆ จินตนาการพบแรงบันดาลใจ สะสมไว้ในถ้วยความทรงจำ"

       ท่อนนี้ก็เช่นกันครับ คิดได้อย่างไรกันนี่ว่าร้านกาแฟเป็นที่ๆ ทำให้เกิดจินตนาการและแรงบันดาลใจ ในการทำงานหรือรังสรรค์งานอะไรสักอย่างแถมยังมีการเปรียบเปรยถึงแก้วกาแฟที่เราทานด้วยว่าเป็นถ้วยแห่งความทรงจำ เป็นยังไงล่ะครับ

       ผมเองก็ไม่ใช่นักฟังเพลงหูเทพเหมือนใครๆ และก็ไม่ใช่นักวิจารณ์เพลงตัวพ่อเหมือนกูรูชั้นนำแต่เมื่อฟังเพลงนี้แล้วผมกล้าฟันธงเลยว่าเพลง "กาแฟ" เพลงนี้ถือกำเนิดมาจากคนรักกาแฟเพื่อคนรักกาแฟอย่างแท้จริงครับ คุณอั๋นแกบอกมาว่าเพลงกาแฟนี้เป็นเพลงแรกในอัลบั้ม Project อัลบั้มพร้อมดิ่มซึ่งจะมีเพลงที่เกี่ยวข้องกับ ไวน์ เหล้า เบียร์ นม น้ำ อันเป็นเพลงในอัลบั้มมาให้ฟังกันในเร็วๆ นี้ หากใครชอบเพลงกาแฟเพลงนี้ก็อย่าลืมฟังเพลงอื่นๆของคุณอั๋นแล้วมาช่วยกันคิดว่า "ดี" เหมือนเพลง "กาแฟ" หรือไม่ และหากใครอยากพูดคุยกับคุณอั๋นเจ้าของเพลงก็เมล์ไปคุยกันได้นะครับที่ aun9aun@hotmail.com ครับ คุณอั๋นยินดีตอบทุกฉบับ

       ทิ้งท้าย blog ในตอนนี้ไว้ด้วยเนื้อเพลงและ chord กีตาร์ของเพลงกาแฟเผื่อใครจะนำไปเล่นระหว่างนั่งจิบกาแฟคุณอั๋นเค้าไม่หวงครับ!

                                                                                                                        กาลาโต้